วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2557

ฟุตบอล European nights ใช่ไหมการคืนยุโรปและผลบอลสิ้นสุดมันเดย์ไนท์2-2



กลับคืนยุโรป


คืนยุโรป


เพราะตราบใดวิเคราะห์บอลเข็มนาฬิกาเดินทางสร้างผ่านเส้นทะลวงของวันใหม่ ท่ามกลางท้องฟ้าที่มืดมิดและหมู่ดาวที่ร้อยพราวเต็มท้องฟ้า

เรียกได้ว่าเป็นการ “คืนยุโรป” European nights จะกลับมาอีกครั้งครับ

ซึ่งในสนามของบรรดาสโมสรต่างๆมากมายที่เข้าร่วมชิงชัยในศึกยูฟ่า แชมเศก้ยนส์ ลีก หรือว่าในชื่อเดิมยูโรเศักราช้ยน คัพนั้น สนามที่ได้รับการยกย่องในเรื่องของบรรยากาศภายในสนามที่ มีมณฑ์ขลัง มากที่สุดแห่งหนึ่งคือ แอนฟิลด์ ของพวก หงส์แดง ลิเวอร์พูล




อาจจักเรียกได้ว่าจักมาชมเกมที่แอนฟิลด์นัดไหน ก็ไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับการได้มาชมในคืนที่ยุโรป

ด้วยเหตุผลนั้นเป็นเพราะทีมลิเวอร์พูล นั้นมี เรื่องเล่ามากมายในฟุตบอลรายการสโมสรยุโรปครับ ซึ่งสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นเหล่านั้น ไม่ว่าจักจากความยอดเยี่ยมของผู้เล่นในฝ่ายที่ครั้งหนึ่งเคยพา หงส์แดงตะแคงฟ้า มาแล้ว

ซึ่งนี่อาจจะเป็น “พลัง” อันน่ามหัศจรรย์ของเหล่ากองสนับสนุนเดอะ ค็อป ที่ส่งถึงนักเตะในดวงใจจนนำชัยชนะครั้งสำคัญมาสู่หมู่นับครั้งไม่ถ้วน สร้างผ่านบทเพลงอันทรงพลัง พร้อมทั้งแผ่นป้ายให้กำลังใจที่สวยงามตระการตา





ด้วยกันเพราะว่าเฉพาะบทอัฒจันทน์ “เหล่าค็อป เอนด์” ที่ถือเป็นต้นกำเนิดตำนานของเหล่าลิเวอร์พูล

เรื่องนี้จึงไม่แปลกที่เราจักได้เห็น สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด ยอดกัปตันคนสุดท้ายที่ได้ชูโทรฟี่ในศึก “บิ๊กเอียร์” ขอพลังใจ อันหมายถึงทั้ง กำลังใจ ด้วยกัน แรงบันดาลใจ จากนักเตะคนที่ 12 ในสนาม

กับเพราะนี่คือการกลับมาครั้งแรกหลังตกต่ำด้วยกันห่างหายไปจากเวทีระดับนี้ถึง 5 ชันษา ซึ่งในเหล่าเหเลื่องนักเตะแค่ 2 คนที่มีประสบการณ์ระดับนี้คือ เจอร์ราร์ด กับ สเคอร์เทล

ซึ่งพลังใจนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในสถานการณ์นี้

ซึ่งไม่ว่าอย่างไรก็ตาม นี่คือวันที่พวกเขารอคอยมาแสนนาน นั่นยิ่งทำให้น่าจับตาว่า บรรยากาศ ในแอนฟิลด์จักยิ่งใหญ่สักแค่ไหน
ในถิ่น “คืนยุโรป” ครานี้


ล่าสุด อเนลก้าเซ็นสัญญา ซบมุมไบเรียบร้อย

ภารตะคึกคัก!อเนลก้าเซ็นซบมุมไบเรียบร้อย

เพราะทางอเนลก้า แถลง บรรลุข้อตกลงในการย้ายซบ มุมไบ ซิตี้ แล้วเรียบร้อย เพราะจะได้มีโอกาสร่วมงานกับ ปีเตอร์ รีด อดีตกุนซือคนดังของศึก พรีเมียร์ลีก เมืองผู้ดี

ก็เป็นอันว่าได้สังกัดใหม่เสียที เหตุด้วย นิโคล่าส์ อเนลก้า หัวหอกตัวเก๋าชาวฝรั่งเศส ที่ล่าสุด ออกโรงให้สัมภาษณ์เปิดแสดงตนวิเคราะห์บอลพรุ่งนี้อย่างเป็นทางการว่าได้บรรลุข้อตกลงในการเซ็นสบถสาบานเคลื่อนไปซบตัก มุมไบ ซิตี้ กลุ่มเจ้าสัวประจำศึก อินเดียน ซูเปอร์ลีก แล้วเป็นที่เรียบร้อย โดยไม่มีการเปิดแสดงตัวรายละเอียดของการเซ็นคำมั่นแต่อย่างใด

หลังจากที่ดาวเตะวัย 35 ที่ต้องเป็นแข้งไร้สังกัดนับตั้งแต่แยกทางกับฝ่าย เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนส์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ผมรู้สึกปลาบปลื้มมากที่ได้ขนส่งไปอยู่กับ มุมไบ เอฟซี และก็ตื่นเต้นครันๆ ที่จะได้สัมผัสกับ อินเดียน ซูเปอร์ลีก ที่นี่มีผู้เล่นระดับนานาชาติมากมายหลายคน รวมไปถึงนักเตะพรสวรรค์ของ อินเดีย ซึ่งก็น่าจักเป็นส่วนผสมที่ทำให้เกมการแข่งขันน่าตื่นเต้น

ด้วยกันเพราะด้วย คณะมุมไบ ซิตี้ นั้นปัจจุบันกุมบังเหียนโดย ชันษาเตอร์ รีด กุนซือคนดังชาวเมือง ผู้ดี ซึ่งลีกแดน ภารตะ จะเปิดฉากต้นการแข่งขันซีซั่นนี้ในเดือน ตุลาคม




คณะฮัลล์สุดเซ็ง หลังโดนหมู่ขุนค้อนไล่เจ๊า2-2เกมมันเดย์ไนท์


แม้ว่า เหล่าเดอะ ไทเกอร์ส จักได้ประตูนำถึง 2 ครั้ง 2 คราว แต่ไม่รอบรู้รักษาสกอร์เอาไว้ได้ โดน ทีมขุนค้อน ไล่ทวงประตูผลบอล เสมอ 2-2 แบ่งแต้มไปฝั่งละ 1 คะแนน ในศึก พรีเมียร์ลีก นัด มันเดย์ไนท์ ตราบ 15 กันยายนที่พ้นมา

สำหรับศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดที่ 4 ของฤดูกาล 2014-15 แข่งขันคืนวันจันทร์ที่ 15 กันยายน 2557 ในศึก มันเดย์ไนท์ ระหว่าง กรุ๊ปเดอะ ไทเกอร์ส ฮัลล์ ซิตี้ ก่อนลงสนามรั้งอันดับ 12 มี 4 คะแนน เปิดสนาม เคซี สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ ขุนค้อน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่ก่อนแข่งมี 3 คะแนน รั้งอันดับ 14

เพราะการเริ่มทำเกมมาถึงนาทีที่ 11 หมู่เวสต์แฮม มีลุ้นก่อน จากจังหวะที่ เมาโร ซาราเต้ ไหลบอลให้ มาร์ค โนเบิ้ล ได้กดด้วยขวาจากหน้าเขตโทษ บอลพุ่งไปติดบล็อกแนวรับเจ้าถิ่น

ซึ่งในนาทีที่ 30 ฝ่ายเวสต์แฮม นั้นเป็นฝ่ายทำเกมได้ไหลลื่นมากกว่า มีโอกาสลุ้นอีกครั้ง อารอน เครสส์เวลล์ ทำชิ่งต่อให้กับ สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง แตะบอลยิงด้วยซ้ายเหนือเส้น 18 หลา บอลพุ่งหลุดกรอบ

นาทีที่ 35 กลุ่มขุนค้อน เกือบได้ประตูขึ้นนำ ครั้น อารอน เครสส์เวลล์ ครอสบอลจากฝั่งซ้ายไปที่เสาสองให้ เอ็นเนอร์ วาเลนเซีย โหม่งชงให้ เดียฟรา ซาโก้ เข้าชาร์จจ่อๆ แต่บอลไปติดปลายมือ อัลลัน แม็คเกรเกอร์

นาทีที่ 36 โอกาสยิงเข้ากรอบครั้งแรกของ กลุ่มฮัลล์ จากจังหวะที่ นิกิช่า เยลาวิช โหม่งชงต่อให้ อาเบล เอร์นานเดซ แต่งบอลกดด้วยซ้ายบริเวณหัวกะโหลก บอลพุ่งไปตรงตัว อาเดรียน

นาทีที่ 39 กองเชียร์ กรุ๊ปเดอะ ไทเกอร์ส ได้เฮลั่นสนาม ขณะ ฮัลล์ มาได้ประตูออกนำ 1-0 จากจังหวะที่ เอลโมฮามาดี้ เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าเขตโทษให้ อาเบล เอร์นานเดซ ขึ้นโหม่งบอลเปลี่ยนทางเสียบมุม อาเดรียน หมดสิทธิ์ป้องกัน

ซึ่งก่อนหมดครึ่งแรกเพียงแค่ 1 นาที พวกฮัลล์ ส่งลูกเข้าไปซุกก้นตาข่ายได้ อาเบล เอร์นานเดซ สับไกด้วยซ้ายบอลไปชนคานกระเด้งออกมา นิกิช่า เยลาวิช โหม่งซ้ำเข้าไป แต่มีธงยกขึ้นมาเป็นจังหวะล้ำหน้าของหอกโครแอต



พร้อมกับหมดครึ่งแรก กรุ๊ปฮัลล์ นำ กลุ่มเวสต์แฮม อยู่ที่สกอร์ 1 - 0



เข้าสู่เกมส์ในครึ่งหลัง ลงสนามมาได้ไม่นาน ในนาทีที่ 50 หมู่เวตส์แฮม ตามทวงประตูคืนได้สำเร็จ เอ็นเนอร์ วาเลนเซีย ครองบอลอยู่หน้าเขตโทษ ก่อนหาจังหวะสับไกด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบใต้คานอย่างสุดสวย ทำให้ คณะขุนค้อน ตีเสมอ 1-1

นาทีที่ 58 เหล่าฮัลล์ เปลี่ยนผู้เล่นคนแรก ส่ง ร็อบบี้ เบรดี้ ลงสนามแทน สตีเฟ่น ควินน์ ขณะที่ ขุนค้อน ส่ง อเล็กซ์ ซง กองกลางตัวหยิบยืมจาก บาร์ซ่า ลงแทน เมาโร ซาราเต้

นาทีที่ 64 ฝ่ายเดอะ ไทเกอร์ส ที่แม้เกมจักเป็นรอง แต่กลับมาได้ประตูพลิกขึ้นนำ 2-1 จากความผิดพลาดของ อารอน เครสส์เวลล์ ทุ่มบอลเข้ากลาง โดน ดิอาเม่ ตัดบอลได้ ก่อนเลี้ยงเข้าไปยิงเสียบเสาอย่างเหนือชั้น

นาทีที่ 67 ดีใจได้ไม่นาน เจ้าบ้านโดน เวสต์แฮม ทวงประตูตีเสมอ 2-2 ทันควัน จากจังหวะที่ เดียฟรา ซาโก้ ตวัดบอลจากกรอบเขตโทษฝั่งขวาเข้ากลาง อัลลัน แม็คเกรเกอร์ ปัดโดนปลายมือ บอลแฉลบขา เคอร์ติส เดวิส เข้าประตูตัวเอง

นาทีที่ 75 เหล่าเวสต์แฮม มีโอกาสที่จักได้ประตูขึ้นนำ สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง เปิดบอลจากฝั่งขวาข้ามไปที่เสาสองให้ เอ็นเนอร์ วาเลนเซีย ได้โหม่ง บอลย้อยเกือบเสียบคาน แม็คเกรเกอร์ ลอยตัวปัดออกไปได้ทัน

พร้อมกับในเวลาที่เหลือกระฉ่อน ก็ไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มได้ จบเกม 90 นาที กลุ่มฮัลล์ ซิตี้ เปิดบ้านเสมอกับ ทีมเวสต์แฮม ไปด้วยสกอร์ 2-2 แบ่งแต้มไปกรุ๊ปละ 1 คะแนน

ตารางบอลบัญชีรายชื่อผู้เล่น คณะฮัลล์ ซิตี้

  1. อัลลัน แม็คเกรเกอร์ 
  2. อาห์เหม็ด เอลโมฮามาดี้
  3. ไมเคิ่ล ดอว์สัน
  4. เคอร์ติส เดวิส
  5. แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน 
  6. โมฮาเหม็ด ดิอาเม่ เปลี่ยน กาสตัน รามิเรซ แทนนาทีที่ 79
  7. เจค ลิเวอร์มอร์
  8. ทอม ฮัดเดิ้ลสตัน
  9. สตีเฟ่น ควินน์ เปลี่ยน ร็อบบี้ เบรดี้ แทนนาทีที่ 58 
  10. นิกิช่า เยลาวิช
  11. อาเบล เอร์นานเดซ เปลี่ยน ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา แทนนาทีที่ 79

ตารางตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้
  1. สตีฟ ฮาร์เปอร์ 
  2. เจมส์ เชสเตอร์
  3. เลียม โรซีเนียร์
  4. เดวิด เมย์เลอร์

ตารางบอลรายนามผู้เล่น ฝ่ายเวสต์แฮม ยูไนเต็ด

  1. อาเดรียน 
  2. กีย์ เดเมล เปลี่ยน คาร์ล เจนกินสัน แทนนาทีที่ 76
  3. เจมส์ ทอมกิ้นส์
  4. วินสตัน รีด
  5. อารอน เครสส์เวลล์ 
  6. ชีคู คูยาเต้
  7. มาร์ค โนเบิ้ล 
  8. สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง
  9. เมาโร ซาราเต้ เปลี่ยน อเล็กซ์ ซง แทนนาทีที่ 62
  10. เดียฟรา ซาโก้ เปลี่ยน มอร์กก็อง อมาลฟิตาโน่ แทนนาทีที่ 87 
  11. เอ็นเนอร์ วาเลนเซีย
ตารางตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้ 
  1. ยุสซี่ ยาสเคไลเน่น 
  2. เจมส์ คอลลินส์
  3. ริคาร์โด้ วาซ เต
  4. คาร์ลตัน โคล

กรรมการผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอ็ตกินสัน

ขณะเฮียมู ยังแขวะ โด้ ไม่เลิก 

เพราะว่าที่อ้างว่าทำชวดลุ้นแชมป์ชปล.เป็นครั้งที่ 3




′มู′ยังแขวะ′โด้′ไม่เลิกอ้างทำชวดลุ้นแชมป์ชปล.หน

เพราะทางที่ โจเซ่ มูรินโญ่ ที่เป็นกุนซือคณะเชลซี ยังคง แอบแขวะ ซุปตาร์อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อดีตลูกคณะสมัยทำงานร่วมกันที่ คณะรีล มาดริด ไม่เลิก ซึ่งแม้ทั้งคู่จักเป็นคน โปรตุเกส เหมือนกัน แต่พักหลังมักออกมาให้สัมภาษณ์เชิงลบระหว่างกันพร้อมด้วยกันมาตลอด

กับล่าสุด ผู้ที่เป็นยอดโค้ชวัย 51 ศก ได้ให้โปรแกรมบอลสัมภาษณ์ในทำนองว่า อดีตดาวเตะค่าตัวแพงสุดของโลกอย่างโรนัลโด้ มีส่วนทำให้ตัวเองต้องพลาดการคุมหมู่คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเศักราช้ยนส์ลีก เป็นเวลาที่ 3 ต่อจากเอฟซี ปอร์โต้ พรรษา 2003- 2004 และ กรุ๊ปอินเตอร์ มิลาน พรรษา 2009 - 2010

โดยหลังจากที่ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกหมู่ ราชันชุดขาว ของมูรินโญ่พ่ายจุดโทษพวกบาเยิร์น มิวนิก 1-3 ในเกมรอบรองชนะเลิศฤดูกาล 2011 - 2012 เพราะโรนัลโด้เป็น 1 ใน 3 นักเตะของมาดริดที่ยิงเป้าไม่เข้า

ด้วยกันมูรินโญ่กล่าวว่า การที่ตัวเองเคยกำกับคณะคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ถึง 2 ครั้ง ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในโค้ชที่พิเศษกว่าคนอื่น เช่นเดียวกับการพาฝ่ายเข้ารอบตัดเชือกได้หลายครั้ง แต่มีอยู่ไม่กี่ครั้งที่ต้องพลาดเข้าชิงแบบทำใจไม่ได้

ซึ่งทั้งที่ ประตู ที่ไม่เป็น ประตู ของหลุยส์ การ์เซีย ยิงให้ กลุ่มลิเวอร์พูลเอาชนะ กลุ่มเชลซีของตนในฤดูกาล 2004 - 2005 พร้อมด้วยการที่มาดริดจำนนจุดโทษ คณะบาเยิร์นฤดูกาล 2011 - 2012 ทั้งที่คนยิง มือหนึ่ง ของพวกที่ทุกคนเชื่อใจกลับยิงพลาด แม้มูรินโญ่จักไม่เอ่ยถึงชื่อโรนัลโด้ออกมาก็ตาม

วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557

เพราะด้วยในที่ฟุตบอลศึกพรีเมียร์ลีกนั้นจะขนานนามได้ว่าเป็นตัวตัวนำชะตา?

จะเรียกได้ว่าเป็นตัวตัวนำโชค?


วิเคราะห์บอลเพราะด้วยเกมแรกเปิดบ้านพ่ายหมู่สวอนซี 1-2 เกมที่สองบุกไปยันเสมอ กลุ่มซันเดอร์แลนด์ 1-1 เกมที่สาม ในศึก ลีกคัพ บุกไปแพ้กลุ่มวิมเบิลดัน เก่า  เหล่าจากลีกวัน 0-4 เกมที่สี่ ยกพลเยือน น้องใหม่ กรุ๊ปเบิร์นลี่ย์ เสมอไปแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยผลบอล 0-0 

ซึ่งใน 4 เกมในไม่ถึงหนึ่งเดือนนับแต่เปิดฤดูกาล กรุ๊ปแมนฯยูฯ รั้งอันดับ 14 ของตารางมี 2 คะแนน ยิงรวมทุกรายการ 2 ประตู เสียไป 7

และนี่คือสาเหตุหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงโยกยักผู้เล่นในเวลาต่อมา 

โดยที่หนึ่งในนั้นคือ ราดาเมล ฟัลเกา มือปืนที่ผมเชียร์ให้เข้ามาเป็นจอมสังหารเบอร์หนึ่งในค่ายอสูรนับจากนี้




ภาพหลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการล่าสุดกับกุนซือ ฟาน กัล พร้อมกับ ดาลี่ย์ บลินด์ แข้งดัตช์ 

ซึ่งนักเตะที่มีการยิงประตูแบบเฉียบขาด หรือไม่เป็นกองหน้าสายโป้งเดียวจอด กำลังสูญพันธุ์ไปจากดาวเคราะห์โลกดวงนี้ 

โดยที่ทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงข้อความวิเคราะห์บอลระบุว่าอดีตกองหน้าพวกแมนฯยูฯ อย่างแดนนี่ เวลเบ็ค เหรอ ชิชาร์ริโต้ พวกมาดริด กู้ตัว จัดอยู่ในสายstriker  


แค่แต่ว่าคนเหล่านี้ล้วนทำตัวเสียชาติเกิดมาเป็นจอมยิงประตู เวย์น รูนี่ย์ ก็เหมือนกัน ไป ๆ มา ๆ เป็นเพลย์เมกเกอร์หน้าตาเฉย แล้วถามว่าศูนย์หน้าพวกโป้งปิดบัญชีจะเหลือใครหากโรคบาดเจ็บพุ่งเข้าชนศูนย์หน้าที่เพิ่งก้าวตัดผ่านวัย 31 ศกอย่าง โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ 

เกี่ยวกับ วิลเลี่ยม คีน หรือที่เรียกกันว่า วิล คีน อายุเพิ่ง 21 ชันษา นั่งรออยู่ในซุ้มสังเกตมือปืนร้อยศพพวกพี่ ๆ พลางสแครชลำกล้องให้พร้อมยิงเป้าในจินตนาการไปก่อน 

และจากทางรายงานได้วิเคราะห์บอลเปรยว่า ราดาเมล ฟัลเกา ในวัย 28 จะเข้ามาเป็นทัพหน้าพร้อมอาวุธหนักทั้งชนิดปืนสั้น ปืนยาว และปืนใหญ่ โดยไม่เกี่ยงท่วงท่าในการสังหาร ไม่ว่าจะเหินเวหา ราบทุ่งหญ้า หรือไม่ตอร์ปิโดบกทั้งหมดคือคุณสมบัติของเขา





ภาพเท่าที่ครั้งดวลกับ เจ็ดโด้ สมัยระเบิดฟอร์มกับเหล่าแอต.มาดริด 

พร้อมกับจากประวัติการก่ออาชญากรรมทะลวงทวารคู่แข่ง มือปืนผมยาวรายนี้ ทำให้ผม คิดถึง รุด ฟาน นิสเตลรอย ที่ประทับตราระดับโคตรเพชฌฆาตไว้ที่ ผลบอล 95 ประตู จาก 150 เกมกับฝ่าย ยูไนเต็ด 

แต่นับจากสุดยอดดาวยิงในกรอบ 18 หลาอำลาแมนฯยูไนเต็ดไป ไม่มีใครตอบโจทย์คำว่า กองหน้า จอมถล่มตาข่ายแห่งค่ายกลุ่ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้อย่างสมภาคภูมิ

แต่หาก ครั้งพลิกแฟ้มความเป็นมา ไล่ดูความโหดเหี้ยมอำมหิตของไอ้มือปืนผมยาวรายนี้ เขามาพร้อมเรื่องราวให้เพ้อฝันยิ่งกว่าคนเสียสติในโรงพยาบาลศรีธัญญาเสียอีก 

ด้วยกันไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไม ซีอีโอ เสียสติเอ้ย! ซีอีโอใจถึงอย่าง เอ็ด วู้ดเวิร์ด ผู้อยู่เบื้องหลังการถมทุนสร้างตามใบสั่ง หลุยส์ ฟาน ฮัล ถึงมั่นใจป่าประกาศเป้าหมายในซีซั่นนี้คือการจบ อันดับ 3





ภาพยิงได้หมดทุกท่า ขอให้ส่งบอลมาเหอะ 



ลองมาดูลุกยิงของราดาเมล ฟัลเกา




พร้อมทั้งต่อจากนี้คือข้อมูลที่ท่านเอ็ด วู้ดเวิร์ด ก็มีอยู่ในมือเหมือนคุณผู้อ่าน 


  • ครั้งแรกยุคอยู่กับเหล่า ปอร์โต้ ฟัลเกา ลง 51 เกม ผลบอลยิง 41 ประตู ซีซั่นถัดมากลุ่ม ปอร์โต้ คว้าสิทธิ์ไปเล่นศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 
  • ครั้งที่สองระยะเวลาอยู่กับทีม แอต.มาดริด ฟัลเกา ผลบอลลง 67 เกม ยิง 52 ประตู ซีซั่นถัดมาพวก แอต.มาดริด คว้าสิทธิ์ไปเล่นศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 
  • ครั้งที่สามระยะเวลาอยู่กับคณะ โมนาโก ฟัลเกา ลง 20 เกม ยิง 11 ประตู ซีซั่นถัดมากรุ๊ป โมนาโก คว้าสิทธิ์ไปเล่นศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 
  • ครั้งที่สี่ ปล.จงเติมคำในช่องว่าง ระยะเวลาอยู่พวกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลง... ผลบอลพรีเมียร์ลีกยิง... ซีซั่นถัดมา ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า… นานาจิตตังครับ  

ซึ่งหลังจากอาทิตย์เกมหมู่ชาติ ความอาฆาตพยาบาท มันถูกกัดกร่อนลงไปพอสมควร แต่พอใกล้ถึงช่วงเวลาแห่งระบายอารมณ์ที่เก็บกดให้ตัวเองอีกครั้ง ความเกรี้ยวกราดทางความรู้สึกของแฟนปิศาจแดงคนหนึ่งก็เดือดพล่านปรอทแหกกระเจิง จากนี้คือสิ่งที่ทะเยอทะยานเห็นในเกมดวลกับทหารเสือราชินี


ทางด้านฟานกัลเปรยขายเวลเบ็คเพราะดีไม่พอ


จนกระทั่งทางหลุยส์ ฟาน กัล ได้บอกกล่าวเหตุผลที่ตนตัดสินใจขาย แดนนี่ เวลเบ็ค ให้กับ หมู่ปืนใหญ่ เนื่องจากเชื่อว่าดาวเตะรายนี้ไม่ดีพอจะเป็นแข้ง ฝ่ายพรรษาศาจแดง

ภายหลังที่ หลุยส์ ฟาน กัล เทรนเนอร์เลื่องชื่อของพวก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เหล่ายักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดแสดงตัววิเคราะห์บอลสาเหตุที่ตกลงใจปลงตัว แดนนี่ เวลเบ็ค กองหน้าดาวรุ่งที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่เป็นเยาวชนออกไปให้กับพวก อาร์เซน่อล หมู่คู่แข่งด้วยค่าจ้าง 16 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์นี้ใช่ไหม 880 ล้านบาท โดยระบุว่าเป็นเนื่องจากตนเห็นว่าดาวยิงจอมเรียกเสียงหัวเราะรายนี้ ดีไม่พอจะเล่นให้กับกรุ๊ปปีศาจแดง นั่นเอง

เกี่ยวกับเฮดโค้ชชาวดัตช์ของ คณะพรรษาศาจแดง ได้ให้สัมภาษณ์ข้ามสื่อก่อนมีคิวเจอกับกลุ่ม ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ในวันที่ 14 กันยายนนี้ว่า เราได้คุยกับ แดนนี่ เวลเบ็ค รวมถึง ชิชาริโต้ ด้วยว่าเรามีโอกาสจะดึง ราดาเมล ฟัลเกา มาร่วมคณะ ผมให้โอกาสทุกคนสร้างความมั่นใจให้ผมด้วยความรอบรู้ที่มี ซึ่ง เวลเบ็ค ที่อยู่ที่นี่มาตั้งแต่ 9 ขวบ ตอนที่เขากลับมาจากการยืมตัวจากทีม ซันเดอร์แลนด์ เขาเล่นที่นี่อีก 3 ซีซั่น แต่เขาไม่ทำเป็นทาบสถิติของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ หรือ เวย์น รูนี่ย์ ได้เลย นั่นคือเหตุผลที่ผมให้เป็นอิสระเขาไป เพราะว่า ฟัลเกา จะเข้ามา รวมถึงเด็กรุ่นหลังที่จะขึ้นมาอีกด้วย

พร้อมทั้งเพราะตัว เวลเบ็ค ในวัย 23 ปี ไม่ศักยก้าวขึ้นมายึดพื้นที่ 11 ตัวจริงๆของ ฝ่ายศักราชศาจแดง ได้เลย แถมส่วนใหญ่ที่โดนส่งลงสนามก็มักได้ลงเล่นในตำแหน่งชันษากมากกว่าที่จะเป็นกองหน้าตัวเป้าที่ถนัดอีกด้วย ที่ทะลุทะลวงมาลงเล่น 142 นัด ผลบอลยิงได้ 9 ประตูเท่านั้น





ตราบใดเวลเบ็ค ขอวอนเจ๊ส่งให้ลงเล่นหน้าเป้า




ตราบเทพแดน ได้วอน เจ๊เหวง ให้ส่งเล่นเป็นหน้าเป้าให้ หมู่ปืนใหญ่ เหตุเป็นตำแหน่งถนัดที่สุด ยัน ถ้าได้โอกาสจะเล่นเต็มที่เพื่อทำประโยชน์ให้ที

โดยทางแดนนี่ เวลเบ็ค ศูนย์หน้าป้ายแดงของกลุ่ม อาร์เซน่อล เหล่าดังประจำเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฝากข้อความถึง อาร์แซน เวนเกอร์ เจ้านายใหม่ว่า ต้องประสงค์ลงเล่นในตำแหน่งดาวยิงตัวเป้า เนื่องจากเป็นจุดที่ถนัดที่สุด พร้อมด้วยยืนยันว่า จะพยายามสร้างประโยชน์ให้คณะมากที่สุดระหว่างลงซ้อมครั้งแรก ขณะ 10 กันยายน ที่ผ่านมาก่อนถึงเกมสุดสัปดาห์แมตชืใหญ่กับกลุ่ม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 13 กันยายน นี้

ซึ่งทางดาวยิงดีกรีหมู่ชาติอังกฤษที่โชว์ฟอร์มสุดสวย ยิงเบิ้ลในเกมที่เอาชนะ สวิตเซอร์แลนด์ 2-0 กล่าวว่า เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า ผมชอบเล่นตรงกลางมากกว่า ดังนั้น ถ้ามีโอกาส ผมก็หิวแสดงให้เห็นว่า ผมทำอะไรได้บ้าง ทุกครั้งที่ผมเข้าไปในกรอบเขตโทษพร้อมด้วยได้โอกาสผมก็จะเชื่อมั่นในความทำได้ของตัวเองเสมอ

พร้อมทั้ง ก่อนหน้านั้นผมไม่ค่อยได้พื้นที่ในกรอบ 18 หลา และยังไม่ได้เล่นเป็นกองหน้ามากเท่าไร ผมก็เลยต้องเป็นห่วงเกมรับด้วย ความแน่แท้แล้วทุกคนอยากพูดอะไรก็ได้ แต่ผมก็รู้ว่า ถ้าผมได้โอกาส ผมก็ต้องทำให้ดีที่สุด และนั่นคือสิ่งที่ผมต้องการ ในฐานะนักฟุตบอล เราก็ต้องเล่นตามเกม การได้เล่นมากขึ้นจะเพิ่มความมั่นใจของเรา และเราจะทำเกมได้เพอร์เฟ็คต์เอง เวลเบ็ค อธิบาย





มีงี้ด้วย ขณะประธานสโมสรฮัลล์น้อยใจป่าประกาศขายกลุ่ม





เมื่อประธานสโมสรฮัลล์น้อยใจโฆษิตขายกลุ่ม หลังสมาคมฟุตบอลอังกฤษไม่ยอมให้เปลี่ยนชื่อกลุ่ม

ตราบใดทางสำนักข่าวต่างประเทศรายงานตราบวันที่ 11 กันยายน มหาเศรษฐีวัย 75 พรรษา เจ้าของสโมสรหมู่ ฮัลล์ ซิตี้ แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หมายประกาศว่าได้ปลงใจขึ้นบัญชีขายสโมสรไปตั้งแต่เดือนเมษายนที่ตัดผ่านมา ภายหลังที่ทางสมาคมฟุตบอลอังกฤษ เอฟเอ ไม่อนุญาตการยื่นเปลี่ยนชื่อเหล่าเป็น ฮัลล์ ไทเกอร์ส ครั้นเมื่อวันที่ 9 เมษายน

พร้อมกับเกี่ยวกับ อัสเซม อัลลัม เข้ามาซื้อสโมสร ฮัลล์ ซิตี้ ตั้งแต่ศก 2010 ซึ่งตอนนั้นสโมสรประสบปัญหาการเงินพร้อมทั้ง อัลลัม ก็ได้ช่วยทุ่มเงินทำทีมจนกรุ๊ปก้าวขึ้นไปเล่นในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จในชันษาที่ลอดมา พร้อมทั้งยังเข้าไปถึงรองชิงชนะเลิศศึก เอฟเอ คัพ กับเหล่าอาร์เซนอล แต่ในระหว่างที่ยังถือครองกิจการเขาได้พยายามที่จะเปลี่ยนชื่อสโมสร แต่ก็ต้องถูกปฏิเสธจากเอฟเอ ทำให้มหาเศรษฐีรายนี้ตัดสินใจขึ้นบัญชีขายสโมสรหลังการตัดสิน ถึงแม้จะยังอยู่ในช่วงอุทธรณ์สร้างผ่านศาลกีฬาโลกก็ตาม



สุดๆหลังเบนโต้เลิกดื้อบอกลาเก้าอี้คณะฝอยทอง




เป็นอันว่าอยู่ต่อไม่ไหว หลังเบนโต้ กุนซือหูชา ตัดสินใจโบกมือลาเก้าอี้เทรนเนอร์ ฝ่ายฝอยทอง เป็นที่เรียบร้อย หลังทำผลงานงามหน้า พ่าย อัลเบเนีย คาบ้าน ในเกมเริ่มแรกคัดเลือก ยูโร 2016

โดยที่ทางสหพันธ์ฟุตบอลโปรตุเกส หรือว่า เอฟพีเอฟ ออกโรงแถลงข่าวยืนยันว่า เปาโล เบนโต้ เทรนเนอร์เก้าอี้ร้อน ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังเจ้าตัวทำผลงานงามหน้า นำทัพ ฝอยทอง เปิดบ้านพ่ายต่อ หมู่อัลเบเนียผลบอล 0-1 ในเกมนัดแรกของศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ศก 2016 รอบคัดเลือก จนกระทั่งคืนวันอาทิตย์ที่เปลี่ยนมา

โดยได้แถลงการณ์จากบอร์ดลูกหนังทัพ ฝอยทอง ระบุว่า ทางสหพันธ์ฟุตบอลโปรตุเกสขอหมายประกาศว่า เราได้ยุติรับปากการทำงานร่วมกันกับ เปาโล เบนโต้ เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งการตกลงใจครั้งนี้เป็นการตกลงร่วมกันระหว่าง ผู้อำนวยการ เอฟพีเอฟ ด้วยกันตัว เปาโล เบนโต้ เอง เราขอขอบคุณในสิ่งที่ เบนโต้ เคยทำไว้ให้กับหมู่ ทั้งในการแข่งขัน ยูโร 2012 ด้วยกัน ฟุตบอลโลก ชันษา 2014

สถิติของ เบนโต้ เข้ารับงานกำกับกรุ๊ปชาติ โปรตุเกส เท่าที่ชันษา 2010 ต่อจาก คาร์ลอส เคยรอส ด้วยกันได้พาทัพ ฝอยทอง เข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ในการแข่งขัน ยูโร 2012 พร้อมทั้งตกรอบแรกในศึก ฟุตบอลโลก 2014 ที่ บราซิล 


และในในเวลานี้ทางบอร์ดทีมชาติ โปรตุเกส ยังไม่มีการข้อมูลบัญชีรายชื่อเทรนเนอร์คนต่อจากนั้นที่จะเข้ามารับงานแทน กุนซือวัย 45 ศก แต่อย่างใด



เป็นที่เรียบร้อย เพราะว่ากูร์กตัวส์จรดปากกาเซ็นยาว5ชันษา



ภายหลังที่จะได้ยึดมือ1แบบยาวๆ  คราวกูร์กตัวส์ ขยายข้อตกลงใหม่กับ กรุ๊ปสิงโตน้ำเงินคราม พร้อมรับค่าแรงก้อนโต จนถึงศก 2019

ครั้นธิโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้รักษาประตูของกรุ๊ป เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ตกลงต่อข้อสัญญาฉบับใหม่กับต้นสังกัดออกไปอีก 5 ปี ซึ่งจะทำให้เจ้าตัวอยู่เฝ้าเสาในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ยาวจนถึงปี 2019 พร้อมรับค่าเหนื่อยสูงถึง 90,000 ปอนด์ ต่ออาทิตย์ไม่ใช่หรือ 4.68 ล้านบาท เลยทีเดียว

และนายทวารกรุ๊ปชาติเบลเยี่ยม ได้ให้สัมภาษณ์สร้างผ่านเว็ปไซต์ของสโมสรว่า ผมมีความสุขมากๆที่ขยายคำมั่นใหม่ยาวออกไปอีก ผมได้ฝากอนาคตไว้แล้วอย่างน้อย 5 พรรษา มันเป็นเรื่องที่ดีเลยนะที่ผมจะอยู่ที่นี่อีกอย่างน้อย 5 ฤดูกาลด้วยกันขณะนี้ผมก็จะศักยพัฒนาฝีมือการเล่นให้ดียิ่งขึ้นไป

ซึ่งทั้งนี้ จอมหนึบวัย 22 ชันษา ได้เปลี่ยนที่จากเหล่า ราซิ่ง เกงค์ ในลีก บ้านเกิดมาอยู่กับเชลซี ปางชันษา 2011 ก่อนถูกปล่อยให้เหล่า แอดเลติโก มาดริด ขอยืมตัวไปใช้งานถึง 3 ซีซั่น จนคว้าแชมป์ ลา ลีกา ด้วยกัน โคปา เดอ เรย์ กับทัพ กลุ่มตราหมี โดยในฤดูกาลนี้เขาได้รับความไว้วางใจจาก โจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือใหญ่ของกรุ๊ป ให้เป็นนายด่านมือ 1 ประจำทัพ เหล่าสิงห์บลูส์ แทน พรรษาเตอร์ เช็ก ประตูจอมเก๋าวัย 32 ศก เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2557

Welcome To ยูโร 2016รอบเลือกเฟ้นพร้อมทั้งวิเคราะห์บอลการเผชิญกันของแต่ละฝ่าย

Welcome To ยูโร 2016

เวลคัม

ซึ่งหลังจากผ่านเวิลด์คัพ 2014 ไปได้ 2 จันทรเศษ ๆ ก็ได้ภายสำหรับการฉลองฟาดแข้งทัวร์นาเมนท์รอง น้อง ๆ เวิลด์คัพ จะได้โอกาสระเบิดขึ้น นั่นก็คือศึกลูกหนังชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 15 หรือศึก ยูโร 2016

โดยในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติบ้านเมืองยุโรป ครั้งนี้ ฝรั่งเศส อดีตแชมป์ 2 สมัย รับสมัครใจเป็นเจ้าภาพจัดการรบรอบสุดท้าย ระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน ถึง 10 กรกฎาคม 2016


ซึ่งทางครั้งนี้ เจ้าภาพ ได้เตรียมสนามทดลองแผ่ซ่านไปทั่วแผ่นดินฝรั่งเศส ร่วมชุมนุมแล้ว 10 เมือง อันได้แก่ 


  1. กรุงปารีส 
  2. แซ็งต์ เดนิส 
  3. ล็องส์ 
  4. ลีลล์ 
  5. แซ็งต์ เอเตียน 
  6. ลียง 
  7. บอร์กโดซ์  
  8. ตูลูส 
  9. มาร์กเซย 
  10. นีซ


และลองมาวิเคราะห์บอลในศึกยูโร 2016 อีกทั้งถือเป็นครั้งแรก ที่รอบสุดท้าย จะมีถึง 24 ชาติ เข้าประสานโรมรันพันตู จากที่การแข่งขันในหนแรก ที่ฝรั่งเศส เมื่อปี 1960 รอบมากท้ายมีแค่ 4 ทีม ก่อนที่จะขยับเพิ่มเป็น 8 ทีม ในปี 1980 ที่อิตาลี ด้วยกันเพิ่มมาเป็น16 ทีม นับตั้งแต่ยูโร 1996 ที่ประเทศอังกฤษ จนจวบจนมาเป็น 24 ทีมในครั้งนี้






โดยที่ในรอบคัดลงคะแนน ทั้ง 53 ชาติคนของยูฟ่า ยกงดเจ้าภาพ ฝรั่งเศส จะต้องมายอมฟาดแข้งต้นฉบับแบ่งกลุ่ม โดยรอบคัดเลือก จะแบ่งการแข่งขันออกเป็น 9 กลุ่ม ๆ ละ 5 หรือ 6 ชาติ ลงเตะแบบพบกันหมดเหย้า-เยือน โดยมีโปรแกรมดีๆการลงเตะที่ชัดเจนดังนี้



  • 1 : แข่งขันระหว่างวันที่ 7 - 9 เดือนกันยายน 2014
  • 2 : แข่งระหว่างวันที่ 9 -11 เดือนตุลาคม 2014
  • 3 : แข่งขันระหว่างวันที่ 12 - 14 เดือนตุลาคม 2014
  • 4 : ชิงชัยระหว่างวันที่ 14 - 16 เดือนพฤศจิกายน 2014
  • 5 : ชิงชัยระหว่างวันที่ 27 - 29 เดือนมีนาคม 2015
  • 6 : ชิงชัยระหว่างวันที่ 12 - 14 เดือนมิถุนายน 2015
  • 7 : แข่งระหว่างวันที่ 3 - 5 เดือนกันยายน 2015
  • 8 : แข่งขันระหว่างวันที่ 6 - 8 เดือนกันยายน 2015
  • 9 : แข่งระหว่างวันที่ 8 - 10 เดือนกันยายน 2015
  • 10 : แข่งระหว่างวันที่ 11 - 13 เดือนตุลาคม 2015

ซึ่ง แชมป์กลุ่ม กับรองแชมป์กลุ่ม จะได้เข้าไปรอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติ รวม 9 กลุ่ม 18 ทีม 

เพราะว่าที่ทีมอันดับที่ 3 ดีที่สุด จะได้เข้ารอบไปอีก 1 ทีม ส่วนทีมชั้นที่ 3 ของอีก 8 กลุ่มที่เหลือ จะจับสลากยาเตะเพลย์ออฟแบบ เหย้า-เยือน หาอีก 4 ทีมก็จะได้ทีมจากรอบคัดเลือกรวมทั้งสิ้น 23 ทีม เข้าไปรวมกับเจ้าภาพฝรั่งเศส เป็น 24 ทีม




สำหรับรอบเพลย์ออฟ ระหว่าง ทีมระดับ 3 รวมทีม 4 คู่ จะมีจำกัดเตะนัดแรก วันที่ 12-13-14 พฤศจิกายน 2015 , นัดที่สอง เตะระหว่างวันที่ 15-16-17 พฤศจิกายน 2015


และสำหรับการรอบแบ่งกลุ่ม ทั้ง 9 กลุ่ม มีชาติใดกันบ้าง เชื่อว่า หลาย ๆ ท่านอาจจะยังไม่รับรู้ หรือเคยทราบ ก็อาจจะลืมไป เพราะฉะนั้นไปติดตามกันได้เลย



  1. กลุ่ม เอ : ทีมชาติกำเนิดสาธารณรัฐเช็ก , ทีมชาติไอซ์แลนด์ , ทีมชาติคาซักสถาน , ทีมชาติลัตเวีย , ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ และ ทีมชาติตุรกี
  2. กลุ่ม บี : ทีมชาติอันดอร์ร่า , ทีมชาติเบลเยียม , ทีมชาติบอสเนีย , ทีมชาติไซปรัส , ทีมชาติอิสราเอล และ ทีมชาติเวลส์
  3. กลุ่ม ซี : ทีมชาติเบลารุส , ทีมชาติมาซิโดเนีย , ทีมชาติลักเซมเบิร์ก , ทีมชาติ โลวะเกีย , ทีมชาติ เปน และ ทีมชาติยูเครน
  4. กลุ่ม ดี : ทีมชาติจอร์เจีย , ทีมชาติ ยอรมนี , ทีมชาติยิบรอลตาร์ , ทีมชาติ ปแลนด์ , ทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์ และ ทีมชาติสกอตแลนด์
  5. กลุ่ม อี : ทีมชาติอังกฤษ , ทีมชาติเอสโตเนีย , ทีมชาติลิธัวเนีย , ทีมชาติซาน มารีโน่ , ทีมชาติสโลวีเนีย และ ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์
  6. กลุ่ม เอฟ : ทีมชาติหมู่เกาะแฟโร , ทีมชาติฟินแลนด์ , ทีมชาติกรีซ , ทีมชาติฮังการี , ทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ และ ทีมชาติโรมาเนีย
  7. กลุ่ม จี : ทีมชาติออสเตรีย , ทีมชาติมอนเตเนโกร , ทีมชาติลิกเตนสไตน์ , ทีมชาติมอลโดวา , ทีมชาติรัสเซีย และ ทีมชาติสวีเดน
  8. กลุ่ม เอช : ทีมชาติอาเซอร์ไบจาน , ทีมชาติบัลแกเรีย , ทีมประชาชาติโครเอเชีย , ทีมชาติอิตาลี , ทีมชาติมอลตา และ ทีมชาตินอร์เวย์
  9. กลุ่ม ไอ : ทีมชาติแอลเบเนีย , ทีมชาติอาร์มีเนีย , ทีมชาติเดนมาร์ก , ทีมชาติโปรตุเกส และ ทีมชาติเซอร์เบีย





พร้อมด้วยถ้าดูจากการแยกประเภทกลุ่ม และรูปแบบของการค้นหาทีมเข้ารอบสุดหางแล้ว เชื่อขนมกินล่วงหน้าก่อนได้เลยว่า บรรดาชาติใหญ่ ๆ ทั้งหลาย ไม่น่าจะมีใคร พ้นวงสัญจรตั้งแต่รอบคัดลงคะแนนอย่างแน่นอน


เกี่ยวกับแฟน ๆ ทีมใด ก็รอติดตามลุ้นทีมตัวเองกันได้เลยครับ




เมื่อความเกรงใจเป็นสมบัติของผู้ดี

ความเกรงใจเป็นสมบัติของผู้ดี!


ใจความสำคัญนี้ผมกล้าประภาษได้เลยว่าถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีการประกาศผลรางวัลที่มีคนไทยเป็นหนึ่งในแคนดิเดต โดยยึดคะแนนจากการโหวตในอินเทอร์เน็ต คนไทยคนนั้นมีทางเลือกสูงมากที่จะชนะเลิศ เพราะเรื่องนี้คนไทยไม่อนุหน้าชาติใดในโลกเลย


เพราะที่ก่อนกำหนดหน้านี้ตารางแข่งบอลคุ้นมีอุทาหรณ์ให้เห็นมาแล้ว กรณีที่ มุ้ย หรือ ธีรศิลป์ แดงดา และ อุ้ม หรือ ธีราทร บุญมาทัน ได้รับการลงคะแนนให้ติดทีมยอดดีเลิศของเอเชีย ในเว็บไซต์ โกล ดอท คอม


ทั้งยังรวมไปถึง น้องเมย์ หรือไม่ก็ รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันมือ 1 ของไทย คว้ารางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมเอเชีย จากการจัดเพราะว่าสำนักข่าว ฟ็อกซ์ สปอร์ต ซึ่งแต้มโหวตเกือบทั้งเรียบ แทบไม่ต้องสืบสวนเลยว่ามาจากประชาชนคนไทยเราๆ นี่แหละ


พร้อมทั้งล่าสุดมีอีกหนึ่งปรากฎการณ์ใหม่ ที่ชาวไซเบอร์ของไทยระดมพลกันเข้าไปไปกดไลค์แฟนเพจสโมสร ทีมอูเด อัลเมเรีย แห่งศึกลา ลีกา สเปน ต้นสังกัดปัจจุบันของ เจ้ามุ้ย ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าทีมชาติไทย จากเริ่มต้นก่อนที่ มุ้ย จะย้ายไปร่วมทีม มีมัตถกกดไลค์เพียงเพียง 7000 กว่าครั้ง


แต่ในปัจจุบันยอดพุ่งกระฉูดขึ้นมาเป็น 3 แสนกว่าครั้ง มากขึ้นกระทั่งเดิม 50 เท่า ดูแล้วก็น่าจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับสโมสรเล็ก ๆ แดนกระทิงดุ ที่ก่อนกำหนดหน้านี้คนรักเพจสโมสรหยุดพูดเป็นเป่าสาก มาถึงตอนนี้กระแสดีขึ้นพันธุ์หลังเท้าเป็นหน้ามือ


โดยไปการที่ได้สังเกตุ ร้อยละ 90 ของสามัญชนที่เข้าไปคอมเม้นต์และกดไลค์เป็นคนไทย แถมยังใช้ภาษาไทยในการแสดงความเห็น จนอดคิดไม่ได้ว่า พวกคนประเทศสเปนเขามาเห็นแล้วจะรู้สึกอย่างไร


ซึ่งถ้าลองคิดแบบใจเขาใจเรา ยกตัวอย่างเช่นหากสโมสรในไทยลีกยกตัวอย่างเช่นทีม ชัยนาท เอฟซี ไปเซ็นคว้าตัวนักเตะซูเปอร์สตาร์ของทีมชาติวานูอาตู มาร่วมทีม แล้วมีชาววานูอาตู ระดมกันเข้ามาพูดโวในแฟนเพจของสโมสรด้วยภาษาท้องถิ่นเต็มหน้าเพจละลานตาไปหมด เราคนไทยอ่านแล้วไม่เข้าใจว่า พวกนี้มันคุยอะไรกัน แล้วเราจะรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจบ้างหรือเปล่า คือไม่รู้สิ ถ้าเป็นผม ผมรำคาญนะ


แต่ในจุดนี้ยังไม่เท่าไหร่ เพราะหากมองในแง่ดี คิดในเรื่องการตลาด ถือเป็นถ้อยคำดีที่แฟนเพจของทีมเรา มีผู้เข้ามาเยี่ยมเยียนชมมีความนิยมมากขึ้น คงจะมีบ้างที่รู้สึกรำคาญ ผมเองเริ่มเห็นบางคอมเม้นต์พลัดคนสเปน ที่ครวญด้วยถ้อยคำจิกกัดแรงๆ เกี่ยวกับความประพฤติเกรียนแตก เข้าไปเล่นแสนยานุภาพ แบบไม่มีกิริยาและรู้จักกาลเทศะของชาวเน็ทไทยบางส่วนบ้างแล้ว


ในเรื่องนี้ไม่ว่าแอดมินจะโพสต์สถานะเรื่องอะไรก็ตาม คอมเม้นต์ของคนไทยก็มีแต่เรื่องของ เอล แดงดา เต็มไปหมด ทั้งๆ ที่เรื่องที่โพสต์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ้าตัวเลยสักนิด ข่าวของนักเตะภายในเหล่าคนอื่นๆ เรื่องการเพิ่มพูนทัพ หรือหายกลับมาจากกิริยาอาการบาดเจ็บ แม้กระทั่ง
  • ข่าวสารของทีมเยาวชน
  • ข่าวทีมแบดมินตัน 
  • ประกาศกิจกรรมช่วยเหลือการกุศล 
ซึ่งชาวไทยก็เข้าไปโพสต์ประมาณว่าไอ้นี่มันไม่ได้เรื่อง สู้  TD18 ไม่ได้ ต้องส่งมุ้ยลงสนามเท่านั้น คนไทยรอดูมุ้ยอยู่นะเฟ้ย ถ้าไม่เอามุ้ยลงจะเลิกเชียร์เลยคอยดู บลา ๆ ๆ

ด้วยกันยิ่งหลังจากเกม 2 นัดที่ผ่านมา ที่มุ้ยได้ลงสนามเป็นตัวสำรองในช่วงท้ายเกม ที่เสมอกับ เอสปันญอล 1-1 และ แพ้ เคตาเฟ่ 0-1 มีลูกเพจชาวไทยเข้าไปกระหน่ำด่าแข้งผิวสี ทั้ง โจนาธาน ซองโก้ และ ติเอวี่ บิฟูม่า อย่างสาดเสียเทเสีย ว่า

  • เล่นบอลประสบแก่ตัว
  • หวงฟุตบอล
  • ขี้เลี้ยง
  • ไม่จำยอมจ่ายบอลให้มุ้ย 
ซึ่งหากผมเองจะเห็นด้วยเป็นส่วนใหญ่ก็เถอะ ถึงกระนั้นก็ยังอดอยากคิดไม่ได้อีกราวกันว่า แล้วอย่างนี้เพื่อนร่วมทีมเขาจะไม่มันไส้มุ้ยไปกันใหญ่รึไง โดยล้วนๆพวกนักเตะที่ปะทะคนไทยด่า ถ้าหมายถึงพวกจิตใจแน่นหน่อยคงยิ่งไม่หลงใหลหน้ามุ้ยไปกันใหญ่

สร้างผ่านมาในเวลาแรกๆ ผมเข้าไปเพจอัลเมเรีย เพื่อคาดอ่านความเห็นของชาวต่างชาติ ว่าเขาคิดกับนักเตะของเราอย่างไร มองเป็นเรื่องการท้องตลาดหรือเนื่องจากฝีเท้า และพอใจผลงานหรือไม่ แต่ยิ่งนานเข้า ก็ยิ่งมีแต่คอมเม้นต์ภาษาไทยเต็มไปเรียบ


ซึ่งหลังๆ เลยเข้าไปเท่าอ่านข่าวเท่านั้น เพราะว่าแทบไม่ได้ประโยชน์อะไรเกินในการอ่านความคิดทรรศนะเกรียนๆบางครั้งพวกนี้ทำให้ผมนึกถึงพวกที่เป็นที่นิยมโพสต์ฝากร้าน คือมันไม่ได้อ่านหรอกว่าเขาคุยอะไรกันอยู่ กรูแค่อยากจะขอฝากร้าน มีอะไรมั้ย


พร้อมด้วยที่หนักข้อไปกันโต้งก็คือ แฟนบอลไทยลีกบางสโมสรเข้าไปไม่ลงรอยกันด่ากันในแฟนเพจอัลเมเรีย ถามหน่อยเถอะว่าคิดได้ยังไง การกระทำแบบนี้ล่ะชาวต่างชาติเขาถึงยังมองคนไทยว่าต่ำการศึกษา ไม่ใส่รองเท้า และขี่ช้างไปเรียนหนังสืออยู่


ซึ่งนี่ไม่น่าอัศจรรย์เลยที่ทุกคนเอาใจช่วยมุ้ย อยากให้มุ้ยประสบความสำเร็จ ในฐานะมือสองของประเทศชาติ ผมเองก็เช่นกัน แต่อยากขอให้ทำแค่พอดีๆ นึกถึงความร้อนใจที่มุ้ยอาจจะได้รับผลแตะบ้าง


เบาบางคำพูดที่น่าจะจำกัดความได้ดีที่สุดก็คงเป็นคำว่า ความเกรงใจเป็นสมบัติของผู้ดี ยังไงก็ขอวานด้วยนะครับ







เมื่อโพลเผยว่า ราฟาโกยค่าจ้างมากสุดลีกกัลโช่

โพลเผย!

ขณะทาง กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต แบโพล เผยว่า ราฟาเอล เบนิเตซ ได้รับค่าเหนื่อยมากสุดลีก กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี 157.5 ล้านบ. ต่อปี ถึงกระนั้นมากสุดใน อิตาลี ตกว่า นายอันโตนิโอ คอนเต้หรือไม่ก็ประมาณ 167.25 ล้านบ. ต่อปี

ซึ่งทิศ กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต ที่ทั้งเป็นสื่อกีฬาชื่อดังแดนมะกะโรนี ได้ไม่มิดชิดโพลวิเคราะห์ผลบอลสำรวจค่าเหนื่อยของเหล่าบรรดากุนซือในลีก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี โดยระบุว่า เทรนเนอร์ที่รับค่าจ้างมากที่สุดในฤดูกาล 2014-15 นั้นได้แก่ ราฟาเอล เบนิเตซ เฮดโค้ชมาดบ๋อยอ้วนของทีม นาโปลี ซึ่งสมัยปัจจุบันรับอยู่ที่ 3.5 ล้านยูโรหรือ 157.5 ล้านบาท ต่อปี


ในส่วนของอนุกรม 2-3 นั้นได้แก่ 


  • วอลเตอร์ มาซซาร์รี่ ของทีม อินเตอร์ มิลาน 3.3 ล้านยูโรหรือ 148.5 ล้านบาท ต่อปี 
  • รูดี้ การ์เซีย ของทีม อาแอส โรม่า 2.8 ล้านยูโรหรือ 126 ล้านบาท ต่อปี 


และในขณะที่ 2 กุนซือที่เพิ่งจะได้งานใหม่อย่าง 

  • มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี สิ่งทีม ยูเวนตุส โดยรับอยู่ที่ 2.4 ล้านยูโรหรือ 108 ล้านบาท ต่อปี
  • ฟิลิปโป้ อินซากี้ ของทีม เอซี มิลาน 1.5 ล้านยูโรหรือ 67.5 ล้านบาท ต่อปีตามลำดับ


พร้อมกับสำหรับกุนซือที่ได้รับสารภาพค่าจ้างรายปีน้อยที่สุด คือ 


  • เมาริซิโอ ซาร์รี่ ของทีม เอ็มโปลี ซึ่งรับอยู่แค่ 300,000 ยูโรหรือ 13.5 ล้านบาท ต่อปีเท่านั้น 


ในหมู่ของ อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือทีมชาติ อิตาลี นั้น ได้รับ 3.65 ล้านยูโรใช่ไหม 164.25 ล้านบาท ต่อปี ซึ่งมากที่สุดในแดนมะกะโรนี

หน่วยค่าเงิน 1 ยูโร = 45 บาท


รายชื่อ20 ชิ้นดับกุนซือที่ได้ค่าจ้างมากที่สุดใน อิตาลี



  1. ราฟาเอล เบนิเตซ - ทีมนาโปลี ได้ค่าจ้าง 3.5 ล้านยูโร
  2. วอลเตอร์ มาซซาร์รี่ - ทีมอินเตอร์ มิลาน ได้ค่าจ้าง 3.3 ล้านยูโร
  3. รูดี้ การ์เซีย - ทีมโรม่า  ได้ค่าจ้าง 2.8 ล้านยูโร
  4. มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี - ทีมยูเวนตุส ได้ค่าจ้าง 2.4 ล้านยูโร
  5. ฟิลิปโป้ อินซากี้ - ทีมเอซี มิลาน ได้ค่าจ้าง 1.5 ล้านยูโร
  6. วินเซนโซ่ มอนเตลล่า - ทีมฟิออเรนติน่า ได้ค่าจ้าง 1.4 ล้านยูโร
  7. ซินิซ่า มิไฮโลวิช - ทีมซามพ์โดเรีย ได้ค่าจ้าง 1.2 ล้านยูโร
  8. สเตฟาโน่ โคลันตูโอโน่ - ทีมอตาลันต้า ได้ค่าจ้าง 900,000 ยูโร
  9. จานปิเอโร่ กาสเปรินี่ - ทีมเจนัว ได้ค่าจ้าง 800,000 ยูโร
  10. จามปิเอโร่ เวนตูร่า - ทีมโตริโน่ ได้ค่าจ้าง 800,000 ยูโร
  11. อันเดรีย สตรามัชโชนี่ - ทีมอูดิเนเซ่ ได้ค่าจ้าง 800,000 ยูโร
  12. เบ็ปเป้ ยาคินี่ - ทีมปาแลร์โม่ ได้ค่าจ้าง 700,000 ยูโร
  13. โรแบร์โต้ โดนาโดนี่ - ทีมปาร์ม่า ได้ค่าจ้าง 700,000 ยูโร
  14. ยูเซบิโอ ดิ ฟรานเชสโก้ - ทีมซาสซูโอโล่ ได้ค่าจ้าง 700,000 ยูโร
  15. อันเดรีย มันดอร์ลินี่ - ทีมเฮลลาส เวโรน่า ได้ค่าจ้าง 650,000 ยูโร
  16. สเตฟาโน่ ปิโอลี่ - ทีมลาซิโอ ได้ค่าจ้าง 600,000 ยูโร
  17. ซเดเน็ก ซีแมน - ทีมกายารี่ ได้ค่าจ้าง 500,000 ยูโร
  18. ปิแอร์เปาโล บิโซลี่ - ทีมเชเซน่า ได้ค่าจ้าง 400,000 ยูโร
  19. ยูเจนิโอ คอรินี่ - ทีมคิเอโว่ ได้ค่าจ้าง 400,000 ยูโร
  20. เมาริซิโอ ซาร์รี่ - ทีมเอ็มโปลี ได้ค่าจ้าง 300,000 ยูโร

รู้สึกขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก >>>>> http://footballclubpza.blogspot.com/

วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2557

ดุจิงๆ หลังทีมสิงโตลุยขย้ำทีมสวิส 2-0 เลือกสรรฟุตบอลยูโร2016+คลิปรวมทั้งการเพิ่มเติมทีมระดับนี้ของ ฟานกัล จะเป็นยังไงจำเป็นจะต้องไปดูกัน?



ดุจิงๆ หลังทีมสิงโตบุกขย้ำทีมสวิส 2-0 คัดเลือกยูโร+คลิป



โชว์แบบฟอร์มได้ดีพระขนอง ทีมสิงโตคำราม ได้ประเดิมเก็บ 3 แต้ม หลังได้ตัว แดนนี่ เวลเบ็ค เหมาคนเดียว 2 ประตู นำทีมโจมตีไปเอาปราบ ขุนพล ทีมนาฬิกา ถึงถิ่น 2-0 ในศึก ยูโร 2016 รอบคัดเลือก กลุ่ม อี เมื่อ 8 กันยายน ที่ผ่านมา

สำหรับฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติบ้านเมืองยุโรปในศึกยูโรปี 2016 ในรอบคัดเลือก กลุ่ม อี แข่งขันคืนวันจันทร์ที่ 8 กันยานยน 2557 เป็นการพบปะกันระหว่าง ทัพ ทีมนาฬิกา ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ งัดสนาม เซนต์ ยาค็อบ พาร์ค รับการมาเยี่ยมเยียนของ ทีมสิงโตคำราม ทีมชาติอังกฤษ

โดยมาลองวิเคราะห์บอลเมื่อบุกเบิกเกม ทั้งคู่ทีมยังไม่ทำได้เปิดเกมรุกได้ถนัด เมื่อถึงในนาทีที่ 15 ทีมอังกฤษ ได้เสียวหลัง เวย์น รูนี่ย์ ลองส่องไกลจากหน้าเขตโทษ บอลไปตรงตัว ยานน์ ซอมเมอร์

ในนาทีที่ 29 ทีมอังกฤษ ได้พลั้งเผลอจังหวะทองอย่างนาอาลัย แดนนี่ เวลเบ็ค พาบอลลุ่ยเข้าเขตโทษฝั่งขวา ก่อนปาดเรียดเข้าในหวังให้ ราฮีม สเตอร์ลิง เข้าชาร์จ แต่น้ำหนักเกินไปนิดเดียว โดนแนวรับเจ้าถิ่นเคลียร์ทิ้ง

หลังจากนั้นในนาทีที่ 32 ก็มีโอกาสลุ้นครั้งแรกของ สวิส จากลูกเตะมุม ริคาร์โด้ โรดริเกซ เปิดมาที่เสาแรกโดนโหม่งเคลียร์มาหน้าเขตโทษ สเตฟาน ลิคท์สไตเนอร์ กดด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งข้ามคานไปนิดเดียว

ในนาทีที่ 33 สวิส มีโอกาสเกือบได้ประตูขึ้นนำ แซร์ดาน ชากิรี่ ตวัดบอลเข้าเขตโทษให้ ฮาริส เซเฟโรวิช เบี่ยงตัวยิงด้วยซ้าย บอลพุ่งไปติดเซฟ ด้วยขาของ โจ ฮาร์ท ออกหลัง

ต่อมานาทีที่ 43 ก่อนถึงที่สุดครึ่งแรก 2 นาที อังกฤษ หวิดได้ประตูนำ เวย์น รูนี่ย์ เปิดเตะมุมทางฝั่งขวาเข้ากลางให้ ฟิล โจนส์ ได้โหม่งคนเดียวเต็มๆ บอลเกือบเสียบมุม ยานน์ ซอมเมอร์ ซูเปอร์เซฟปัดทิ้งไปได้ทัน

จบเกมส์ครึ่งแรก ทีมสวิส กับ ทีมอังกฤษ ยังเสมอกันอยู่ผลบอล 0-0

เริ่มเกมในครึ่งหลัง เปิดใจฉากเริ่มเกมมาได้ 2 นาที จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ทำชิ่งต่อให้กับ แจ็ค วิลเชียร์ ได้ยิงด้วยซ้ายตรงเส้น 18 หลา บอลหลุดเสาออกไป

นาทีที่ 52 ทีมชาติอังกฤษ ยังเดินเกมรุกได้ดีกว่าในคราวต้นครึ่งหลัง มีโอกาสลุ้นอีกครั้ง เฮนเดอร์สัน จับจ่ายบอลยัดเข้าในแบ่งออก ราฮีม สเตอร์ลิง วิ่งมาแปเหมือนกันขวาโล่งๆ ไม่โดน แต่บอลกลับไปแฉลบขา วาลอน เบห์รามี่ พ้นกรอบไปนิดเดียว

นาทีที่ 58 ความมุมานะของ ทีมชาติสิงโตคำราม ก็มาเป็นผล หลังได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากเกมสวนกลับเร็ว รูนี่ย์ จ่ายเข้าละแวกโทษฝั่งซ้ายให้ สเตอร์ลิง ปาดเรียดเข้าในให้ เวลเบ็ค แปด้วยขวาแค่ 7 หลาเข้าไปเสียบมุม

นาทีที่ 70 ทีมชาติสวิส พลาดโอกาสได้ประตูตีเสมออย่างน่าเสียดาย เซเฟโรวิช จ่ายบอลทะลุช่องให้ โยซิป เดอร์มิช กองหน้าสำรองหลุดเดี่ยวเข้าไปแตะบอลหลบ โจ ฮาร์ท แล้วตวัดยิงมุมแคบ โดน แกรี่ เคฮิลล์ ล้มตัวสไลด์บอลทิ้งก่อนที่บอลจะเข้าประตู

ในนาทีที่ 85 ทีมชาติสวิส พยายามเดินเกมบุกอย่างหนัก มีโอกาสลุ้นประตูตีเสมอ โกคาน อินแลร์ สาดส่องไกลด้วยเท้าซ้าย ลูกบอลติดไซด์ฮุกตกหลังคานออกหลัง

และในนาทีที่ 90 + กับช่วงทดเวลาบาดเจ็บ3 นาที ในเกมรับเจ้าถิ่นเสียสมาธิ ก่อนที่ ริคกี้ แลมเบิร์ต ตัวสำรอง ทีมสิงโต จะชำระบอลถวายพานให้ เวลเบ็ค แตะเข้าไปยิงผ่านมือ ยานน์ ซอมเมอร์ เข้าไปให้ทีมนำ 2-0 และเป็นลูกที่ 2 ของกองหน้าตัวใหม่ ทีมอาร์เซน่อล

โดยที่จบเกม ทีมชาติอังกฤษ บุกมาเอาชนะ ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ถึงถิ่น 2-0 เก็บ 3 แต้มประเดิมศึกคัดเลือก ยูโร 2016

ซึ่งรายชื่อผู้เล่นทั้ง 2 ทีมมีดังนี้

รายชื่อทีมสวิตเซอร์แลนด์ : 

  1. ยานน์ ซอมเมอร์ 
  2. สเตฟาน ลิคท์สไตเนอร์
  3. โยฮัน ฌูรู
  4. สตีฟ ฟอน เบอร์เก้น
  5. ริคาร์โด้ โรดริเกซ 
  6. โกคาน อินแลร์
  7. วาลอน เบห์รามี่ 
  8. แซร์ดาน ชากิรี่
  9. กรานิต ชาก้า สำรอง เบริม เซไมลี่ นาทีที่ 74
  10. อัดเมียร์ เมห์เมดี้ สำรอง โยซิป เดอร์มิช นาทีที่ 64
  11. ฮาริส เซเฟโรวิช

รายชื่อตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้ : 
  1. มาร์วิน ฮิทซ์ 
  2. โรมัน เบอร์กี้
  3. ฟิลิปป์ เซนเดอรอส
  4. ฟาเบียน ชาร์
  5. ลอริส เบนิโต้
  6. ซิลวาน วิดแมร์
  7. ฟาเบียน ฟราย
  8. วาเลนติน สต็อคเกอร์
  9. เกลสัน แฟร์น็องเดส
  10. ปาติม คาซามี่

รายชื่อนักเตะทีมชาติอังกฤษ : 
  1. โจ ฮาร์ท 
  2. จอห์น สโตนส์
  3. แกรี่ เคฮิลล์
  4. ฟิล โจนส์ สำรอง ฟิล จากีลก้า นาทีที่ 77
  5. เลห์ตัน เบนส์ 
  6. แจ็ค วิลเชียร์ สำรอง เจมส์ มิลเนอร์ นาทีที่ 73
  7. จอร์แดน เฮนเดอร์สัน
  8. ฟาเบียน เดลป์ 
  9. ราฮีม สเตอร์ลิง
  10. เวย์น รูนี่ย์ สำรอง ริคกี้ แลมเบิร์ต นาทีที่ 90
  11. แดนนี่ เวลเบ็ค

รายชื่อสำรองไม่ได้ใช้ : 
  1. เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ 
  2. คาลัม แชมเบอร์ส
  3. แดนนี่ โรส
  4. แอนดรอส ทาวน์เซ่นด์
  5. อเล็กซ์-อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน

ชื่อผู้ตัดสิน : คูเน็ท ชาคีร์ ประเทศตุรกี





เสริมทีมระดับนี้ จะเป็นยังไงต้องไปดูกัน?





สำหรับการเสริมทีมในดีกรีมหาคำประพันธ์ของ หลุยส์ ฟาน กัล ให้กับทีม ปีศาจแดง ซึ่งในช่วงซัมเมอร์นี้ จะว่าไปก็ไม่แตกต่างจากการปิดประตูสิ้นอายุขัยให้ตัวเอง จากที่เคยอ้างเรื่องนักเตะได้ หากเอาท์พุตงานไม่ดี แต่คราวนี้ เรียกว่าหมดข้ออ้างอย่างแท้จริง หากไม่อาจทำได้ตามเป้าที่วางไว้

หลังจากที่ท้องตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์ปิดตัวลงไปเรียบร้อยแล้ว หลายทีมสามารถเติมทัพได้อย่างน่าตื่นตา หนึ่งในนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน กลับเป็นทีม ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ควักกระเป๋าจ่ายเงินไปกว่า 150 ล้านปอนด์ เพื่อแลกกับนักเตะระดับสตาร์ 2 ราย และเกรด B+ อีก 4 รายมาร่วมทัพ

ซึ่งนี่พูดได้เลยว่านี่คือ การผ่าตัดใหญ่ของทีมอย่างแท้จริง

โดยหลังจากผลงานอันย่ำแย่กับเลข 7 ที่เป็นอันดับเมื่อซีซั่นที่แล้วยังคงติดตาเพื่อนชายบอลผู้ถวายตัวให้กับซาตานแห่งถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต้องได้หลอกได้หลอนไปกับคำล้อเลีย คำปลอบโยนใจ ตลอดจนความหวังลมๆ แล้งๆ ที่อาจมาหรือไม่มาก็มีใครรู้




หลังดำเนินที่ได้ปิดซีซั่นไปกับสิ่งที่แน่นอนอย่างหนึ่งคือ ฤดูกาลหน้าจะไม่ได้ไปเล่นในเวทียุโรป ซึ่งนั่นประสงค์ความว่าทำใจไว้ได้เลยกับการเสริมทัพ ที่คงไม่อาจจะจูงใจสตาร์ชั้นดีเข้ามาสู่ทีมได้ แม้แหวจะได้ หลุยส์ ฟาน กัล ที่ประกอบคุณงามความดีใน ฟุตบอลโลก ด้วยว่าการพาบ้านเกิด ทีมชาติฮอลแลนด์ ไปคว้าอันดับ 3 ได้ มาเป็นกุนซือก็ตาม เรียกได้ว่ามีบารมี แต่ก็ไม่ใช่ทั้งสิ้นสุดที่จะสามารถพาทีมประสบความสำเร็จได้

ซึ่งส่วนหนึ่งเพราะนักเตะในทีมยังคงเป็นทีมที่ เดวิด มอยส์ บรรจงสรรสร้างขึ้นมารั้งตำแหน่งอันดับ 7 การจะเอาของเดิมมาทำผลงานให้ดีกว่าเดิมเป็นเรื่องยากอย่างแท้จริง เพราะความไร้สมรรถภาพ และศักยภาพ ทำให้การจะปรับจะจูนก็กลายเป็นเรื่องยากตามไปด้วย

และสิ่งนั้นนั่นทำให้แฟนทีม ปีศาจแดง ต้องทำใจรับสภาพ และมักหาข้ออ้างต่างๆ มาเพื่อปลอบใจตัวเองไม่ให้ฟุ้งซ่าน อย่างผมเอง ก็บอกชัดๆ เลยว่าหากซัมเมอร์ที่ผ่านมาต้องจบลงในสภาพเดียวกับซัมเมอร์แรกที่ ไร้ป๋า ที่ทีมได้มาแค่ มารูยาน เฟลไลนี่

และก็ขอแค่ไม่ต้องมาโดนยั่วเย้าตรงกลางตาราง ไม่ก็แค่จบอันดับดีกว่าเดิม ก็น่าจะเป็นที่พึงพอใจได้



โดยหลังจากที่เราได้เห็นความถนัด ฟาน กัล เชื่อว่าแฟน ๆ หลายคนไม่ต่างจากผม ที่ศรัทธาว่าเราจะกลับด้านมาลุ้นแชมป์ได้ แต่พอแลย้อนกลับไป ก็อยากจะเอาคืนหายใจอีกหลายเฮือก แต่ความเป็นจริงก็คือสิ่งที่สมควรจะติดตั้งเป้าไว้เป็นอย่างน้อยนั่นคือการจบอันดับ 1 ใน 4 เพื่อให้ได้ไปทำเพลงในเวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

และถ้าหากวัดจากผลงานก่อนหน้านี้ ตัวผู้เล่น และการทำงานอันล่าช้าในตลาดนักเตะ รวมไปถึงบัญชีนักเตะปวดที่ยาวเป็นหางว่าว อาจทำให้เราหยิบเรื่องพวกนี้ขึ้นมาเป็นข้ออ้างปลอบใจได้

ซึ่งก่อนเปิดฤดูกาล ด้วยนักเตะที่เสริมมาเพียงแค่ 2 คน ซึ่งก็เป็นคนที่ เดวิด มอยส์ เลือกไว้ตั้งแต่แรก ไม่ใช่คนที่ ฟาน กัล สั่งให้ทีมหามา แต่ก็ยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมอุ่นเครื่อง ชนะรวดไม่ว่าคู่ต่อสู้จะเป็น 
  1. ทีมโรม่า
  2. ทีมอินเตอร์ มิลาน
  3. ทีมเรอัล มาดริด 
  4. ทีมลิเวอร์พูล 
  5. ทีมบาเลนเซีย 
เพราะว่าที่ในนัดสุดท้าย ลูกฟุตบอลที่มีทรง กล้าเล่นอย่างไร้ความบีบบังคับ การเข้าทำที่หลากหลาย อาวุธดูครบมือ แม้คู่แข่งอาจไม่ได้เอาจริงเอาจังเท่าไหร่ แต่ก็ทำให้ทีมดูมีที่คาดหวังมากขึ้นจริง ๆ


เพียงแต่ว่าตั้งแต่ง้างฤดูกาลมา หน้ามือปรับเปลี่ยนเป็นหลังนิ้วก้อยเท้าอย่างเฉียบพลัน เริ่มที่การแพ้ ทีมสวอนซี คาบ้าน ในนัดเปิดฤดูกาล พรีเมียร์ลีก แต่ก็พูดได้ว่ามันเรื่องที่ยาก เพราะบัญชีนักเตะบาดเจ็บ ยังยาวเป็นหางว่าวไม่เปลี่ยน

หลังจากนั้น ผลการแข่งขันยังถ่มถุยกันบัดกรีไปโดยไป เสมอ ทีมซันเดอร์แลนด์ แพ้ ทีมเอ็มเค ดอนส์ รวมถึงเสมอกับ ทีมเบิร์นลีย์ หลังจบเกมทุกนัด ฟาน กัล จัดการดึงนักเตะมาเพิ่มได้ไม่เว้น ต้องชื่นชมฝ่ายบริหารกันบ้างที่เอานักเตะชั้นดีอย่างตัว อังเคล ดิ มาเรีย และสุดยอดดาวยิงอย่าง ราดาเมล ฟัลเกา เข้ามาในทีมได้ แม้จะเป็นการเอาเงินฟาดหัวก็ตาม

และก็นับว่าโชคดีที่ช่วงนี้มีเกมทีมชาติมาคั่น ส่วนนัดหน้ามีตารางบอลเจอ ทีมควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ที่ไม่ได้มีอะไรน่ากลัวเท่าไหร่เลย ตามหน้าเสื่อทีม ปีศาจแดง สมควรคว้า 3 แต้มด้วยประการทั้งปวง

และถ้าหากทำไม่ได้หลายคนอาจเอาระบบ เอาอาการบาดเจ็บมาอ้าง แต่เชื่อเถอะว่าการเสริมทัพระดับวินาศสันตโรจนนักเตะในทีมค่าตัวรวมกันมากตวงขนาดนี้ ยังแพ้ หรือเสมออีก หรือท้ายฤดูกาลไป แชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่ได้อีก ไม่ต้องเอาอะไรมาอ้างแล้วล่ะครับ ห่วยล้วนๆ เลย


ทีมผีแดงไม่สนข่าวที่ว่า ฟัลเกาโกงอายุ



หลังจากที่กลุ่ม ปีศาจแดง ได้เฉยเมยข่าว ฟัลเกา โกงอายุ หลังมีกล่าวลดอายุตัวเอง 2 ปีเพื่อลงรับใช้ชาติในเกม ศึกเวิลด์ยูธ เมื่อครั้งอดีตที่ผ่านมา ชี้ไม่ส่งผลเปรียบเปรยอันใดกับสโมสร

ซึ่งเมื่อทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังของศึกโปรแกรมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และต้นสังกัดใหม่ของ ราดาเมล ฟัลเกา กองหน้าทีมชาติโคลอมเบีย ร่วมยืนยัน เอล ติเกร เป็นนักเตะในวัย 28 ปีจริง พร้อมมั่นใจข่าวลือเหตุหอกรายนี้เป็นนักเตะอายุ 30 ปี และหวังโกงอายุเพื่อได้โอกาสลงเล่นในฟุตบอลสถานภาพเยาวชนเมื่อ 9 ปีที่ผ่านมาไม่ส่งผลอันใดกับสโมสร

โดยที่ทัพทีม ปีศาจแดง ได้แถลงการณ์สั้นๆ เกี่ยวกับข่าวกรณี ฟัลเกา โกงอายุว่า ทางเราได้ยินข่าวลือดังกล่าวแล้ว แต่เรื่องเหล่านี้ไม่เคยส่งผลอันใดกับเรา หลังมีรายงานเป็นเอกสารจากโรงเรียนในวัยประถมของดาวยิงโคลอมเบียนว่าจริงแล้วเจ้าตัวเกิดในปี 1984 มิใช่ปี 1986 แบบที่เจ้าตัวยืนยันในตลอดช่วงที่ผ่านมา

และได้มีการคาดสภาพการณ์ไว้ว่า ฟัลเกา หวังโกงอายุให้ตัวเองมีอายุน้อยกว่าปกติ 2 ปีเพื่อโอกาสรับใช้ชาติในศึกฟุตบอลชิงแชมป์โลก รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปีเมื่อปี 2005 ที่ผ่านมา ขณะที่ เอล ติเกร กำลังจะลงประเดิมสนามเกมแรกให้ทีม แมนฯยูฯ ในเกมพรีเมียร์ลีกที่ทัพทีม ผีแดง ซึ่งมีคิวแซะบ้านรับการมาเยือนของ ทีมควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ในสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้

วันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2557

นี่คงเป็นตัวโหล่ของหมู่เชลซีก็เป็นได้? กับตอนหลังที่นามาว่า ดีเอโก้ ดา ซิลวา คอสต้า



ตัวสุดท้ายคือ ดีเอโก้ ดา ซิลวา คอสต้า



นี่คือจิ๊กซอว์ที่เที่ยวหา! ดีเอโก้ คอสต้า ดาวยิงพันธุ์ดุ ที่เป็นขวัญใจคนใหม่ของเหล่าพลแนวร่วมสาวก ทีมเดอะ บลูส์

ซึ่งถ้าจะวิเคราะห์บอลเล่าถึงพวกที่ออกสตาร์ทได้ดีที่สุดในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูโอกาส 2014-15 ในช่วง 3 เกมแรก ก่อนถึงช่วงพักเบรกทีมชาติ ก็คงต้องจับจ้องไปที่ ทีมสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ซึ่งกำลังนำเป็นจ่าฝูงอยู่ ณ เวลานี้ มี 9 คะแนนเต็มจาก 3 นัด ยิงได้ 11 ประตู และเสีย 14 ประตู

โดยนี่ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ ทีมสิงห์บลูส์ งานเปรี้ยงปร้างนั้น 1 เครดิตก็คงต้องเงื้อง่าให้กับเขาคนนี้เลย ดีเอโก้ ดา ซิลวา คอสต้า หรือ ดีเอโก้ คอสต้า กองหน้าป้ายแดง ซึ่งยักจาก ตราหมี แอตเลติโก มาดริด มาใช้ชีวิตินทรีย์ในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อขณะซัมเมอร์ที่ผ่านมาด้วยค่าตัว 32 ล้านปอนด์หรือ 1,760 ล้านบาท พร้อมสรรพสัญญา 5 ปี สวมเสื้อเลขหมาย 19


ภาพถ่ายของดิเอโก้ คอสต้า ที่ขนมาครบถ้วนเพื่อนแก๊งค์จากลาลีกา

ซึ่งถ้าสืบสาวว่าด้วยเหตุใดต้องยกเครดิตให้กับ คอสต้า? ก็ต้องพิสูจน์ย้อนกลับไปดูทีม เชลซี เมื่อฤดูยามที่แล้ว คือว่าทีม เชลซี เท่าที่ปีก่อนแตะต้องเจอกับปมอย่างหนักอึ้งในการจบสกอร์ของผู้เล่นกองหน้า ไม่ว่าจะยังไม่ตาย 1.เฟร์นานโด ตอร์เรส, 2.เดมบา บา และ 3.ซามูเอล เอโต้ ซึ่ง 3 ท่านนี้ยิงรวมกันได้แค่ 19 ประตูเท่านั้นเอง เพราะดาวซัลโวสุดยอดของทีมนั้นกลับเป็นผู้เล่นหุ้นส่วนอย่าง เอแด็น อาซาร์ ที่ 14 ประตู

และแล้ว ในหลังสุดที่สุดพวกเขาก็หาจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญนี้มาจนได้คือการได้ตัว คอสต้า มานั่นเอง และตอนนี้ก็ตะบันไปแล้ว 4 ตุงจาก 3 เกม โดยประตูแรกในสีเสื้อ ทีมสิงห์บลูส์ ของ คอสต้า นั้นใช้เวลาแค่ 17 นาทีเท่านั้น ซึ่งต่างจากตัว เอล นินโญ่ ลิบลับเลย เนื่องจากต้องใช้เวลาถึง 732 นาที ในการเปิดซิงประตูแรกกับ ทีมเชลซี


ซึ่งเพียงแค่แมตช์แรกของศึกพรีเมียร์ลีกเจ้าตัวก็ทำประตูได้ทันที

ในระยะยุคสมัยต่อมาถ้าซักถามว่า คอสต้า เป็นกองหน้าตอบโจทย์ที่ เชลซี ต้องการไหม? คนอื่นไม่รู้คิดยังไงเหมือนกัน แต่ส่วนตัวแล้วขอบอกเลยว่าถูกมาก ซึ่งเหตุนั้นก็เป็นเนื่องจาก

  1. เป็นผู้เล่นที่มีแรงกำลังมหาศาล 
  2. บุกผ่านๆ ตาชน
  3. ปะทะฟัดเหวี่ยงกับกองหลังคู่แข่งได้ดี
  4. มีความเคร่งครัดแน่วแน่
  5. ดุดัน
  6. ความเฉียบคมในการจบสกอร์ 
  7. ไหวพริบดี
ซึ่งที่น่าพึงพอใจที่สุดก็คือ 1.ความตุกติก, 2.เล่นแง่, 3.เจ้าเล่ห์ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เป็นคนที่แหย่ทีนนนน นั่นแหละ อันนี้ชอบมากจริงๆ ชอบมาตั้งแต่ซีซั่นที่แล้วตอนอยู่กับทีม แอตฯ มาดริด ซึ่ง คอสต้า มักจะมีปัญหากับ เปเป้ และ เซร์คิโอ รามอส อยู่บ่อยครั้งตอนเจอกัน ทั้ง 3 คนที่มักจะเล่นนอกเกมใส่กันบ่อยครั้งไม่ว่าจะเป็น 
  • ถุยน้ำลายใส่
  • แวบเจาะยางช่วงได้ลุ้นจากลูกเตะมุม
  • ผลักหัวเข็นหน้าอกหาเรื่อง และอีกมากมาย 
และบางทีก็หนักข้อจนเกือบทำให้เขาทั้งหลายต้องสวมบทบาทนักมวยกันเลยทีเดียว



ซึ่งยกเว้นการทำประตูยังสะเด่าแล้ว เรื่องการดูดทีนก็ยังไม่ตายอีกอย่างที่คอสต้าเด่นมาตลอด

และถ้าคลอดจะพูดว่า คอสต้า เพิ่งมาแจ้งเกิดได้กับทาง ทีมตราหมี เมื่อฤดูกาลที่แล้วเอง  นั่นก็ศักยจะจริงนะ เนื่องจากก่อนหน้านั้นเขาต้องตกเป็นตัวสำรองของ ราดาเมล ฟัลเกา และ เซร์คิโอ อเกวโร่ กุน

เพียงแต่ถ้าลองย้อนกลับไปไล่ติดตามดูจริงๆ คอสต้า นั้นแกล้วกล้ามาตั้งนานแล้วนะ เวลาได้รับโอกาสลงสนามก็จะยิงประตูได้ตลอด และก็รังรักษ์ปัญหาในกับแถบรับคู่แข่งได้มากเลย ตอนปี 2010 ที่ กุน ยังอยู่ คอสต้า ยิงได้ 8 ประตูจาก 39 เกมรวบยอดทุกรายการ ส่วนตอนที่เป็นสำรองของ ฟัลเกา เมื่อ 2 ปีก่อน พี่แกยิงได้ 20 ประตูจาก 44 เกมรวมทุกรายการ

ซึ่งก่อนที่จะมารับบทกองหน้าตัวจริงตัวยิ่งใหญ่เมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยระเบิดตาข่ายไปถึง 36 ตุงจาก 52 เกมรวมทุกรายการ ซึ่งก็ได้เห็นแล้วว่านักเตะรายนี้นั้นมีฝีเท้าที่จัดจ้านสัดส่วนไหน ความจุเป็นแค่สำรองยังลั่นกระสุนได้เป็นกอบเป็นกำเลย

และถ้าให้ลองเปรียบเทียบระหว่าง คอสต้า กับ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา จะมองว่าทั้งคู่นั้นมีความดุจดังกันสูงเลย ทั้ง 1.ความเฉียบคม, 2.พละกำลัง, 3.ความถึก และ 4.ความตุกติกเจ้าเล่ห์ และแน่นอนว่าเขานั้นเหมาะสมกับการเล่นร่วมกับ ทีมเชลซี มากๆ หลังจากได้เห็นบทพิสูจน์แล้วใน 3 นัดแรกของฤดูกาล


นั่นครอบครองการดีที่ดร็อกบายอมเป็นสำรองของคอสต้าทำให้เชลซีปึ้กสุดๆ

โดยที่ส่วนตัวแล้วนี่แหละครับ! จิ๊กซอว์ ที่หมดไปไปของทาง เชลซี พวกเขามีกองหน้าตัวเป้าแบบนี้ และหากโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เขาจะเป็นอนาคตและตำนานแห่งรั้ว สแตมฟอร์ม บริดจ์ อย่างแน่นอน

รายการประวัติของ คอสต้า
  • ชื่อเต็ม : ดีเอโก้ คอสต้า
  • เกิดวันที่ : 7 ตุลาคม ปี 1988 
  • อายุ : 25 ปี 
  • สถานทีเกิด : เลการ์โต้ ประเทศ บราซิล
  • ส่วนสูง : 1.88 เมตรหรือ 6 ฟุต 2 นิ้ว
  • ตำแหน่ง : กองหน้า
  • สโมสรช่วงเยาวชน : บาร์เซโลน่า อีซี
สำหรับการเกริ่นต้นการทำมาหากินค้าแข้งกับทีม บราก้า ปี 2004 จากนั้นก็ขนย้ายมาอยู่กับทีม แอตเลติโก มาดริด ในปี 2007 แต่ก็ถูกปลดเปลื้องออกไปเก็บความช่ำชองกับ ทีมบราก้า, ทีมเซลต้า บีโก้ และ ทีมอัลบาเซเต้ และก็ได้ย้ายไปอยู่กับ ทีมเรอัล บายาโดลิด ในปี 2009 ก่อนจะย้ายกลับมาอยู่กับ ทีมตราหมี อีกครั้งในปี 2010 โดยตลอดช่วงอาชีพค้าแข้งยิงไปแล้วทั้งสิ้น 107 ประตูจาก 281 เกม ติดหมู่ชาติ บราซิล 2 นัด และ ทีมชาติ สเปน 5 นัด


ข่าว!! โบลต์เปิดเผยบอกให้ขนิษฐโอ้ให้คัมแบ็กอังกฤษเอง



ล่าสุด โบลต์ ได้รั้งขึ้นปากบอกเอง ให้ เจ้าเกรียนโอ้ คัมแบ็กแดนผู้ดี หลังชิ่ง ทีมปีศาจแดง-ดำ ซบตัก ทีมหงส์แดง

จริงหรือไม่? ที่ยูเซน โบลต์ อ๋องนักวิ่งเจ้าแห่งลมกรดสายฟ้าชาวจาไมก้า ได้เผยว่า เขานั้นเป็นคนเปิดปากบอกให้ มาริโอ บาโลเตลลี่ ดาวยิงจอมเกรียนชาวอิตาเลี่ยน ย้ายทวนกลับมาค้าแข้งยังแดนผู้ดีอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ เจ้าเกรียนโอ้ ได้ย้ายจากทีม เอซี มิลาน ทีมใน กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี มาอยู่กับ พวกลิเวอร์พูล สโมสรชั้นนำแห่งศึก โปรแกรมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ด้วยค่าตัว 16 ล้านปอนด์หรือ 880 ล้านบาท เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

หลังจากที่ยอดนักวิ่งเท้าไฟจาก จาไมก้า ซึ่งเป็นแฟนพันธุ์แท้ของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้สัมภาษณ์ว่า เราสองคนได้คุยกันในวันหนึ่ง และผมก็ได้บอกเขาว่า อังกฤษ คือที่ๆ ดีที่สุดสำหรับการเล่นฟุตบอล ซึ่งเวลาเขาทำผิดพลาดในการเจอกับทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมมองว่าทุกคนนั้นคงจะมีความสุขดีนะ!

และพร้อมกันนี้ตัว โบลต์ ยังเชื่อว่า หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือใหญ่ ทีมปีศาจแดง ต้องต้องใช้เวลาในการปรับตัวและสร้างทีม หลังออกสตาร์ทฤดูกาล 2014-15 ได้อย่างน่าผิดหวัง โดยระบุว่า เรื่องนี้มันเป็นเรื่องยากที่ทีมจะปรับตัวเข้ากับระบบแผนใหม่ได้ แต่เวลานั้นคือทั้งหมดที่จะทำให้อะไรๆ มันภัทรขึ้นทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะต้องกลับมาอยู่ในทีมท็อปโฟร์ให้ได้ ถึงแม้พวกเขาจะไม่สามารถคว้าแชมป์ลีกได้ แต่พวกเขาจะต้องกลับไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้ได้ ซึ่งหลังจากนั้นในฤดูกาลหน้าเราก็จะมีพลังที่เจ๋งพอที่จะคว้าแชมป์ลีกได้



คงไม่ลงท้ายง่ายๆ พระขนองหนูแจ็คโต้เจมี่! ว่า อย่ามาสอนเรื่องฟอร์มการเล่น


สุดจะแรง ! หลังจากที่ วิลเชียร์ จวกกลับ เจมี่ หลังถูกตักเตือนเรื่องฟอร์มการเล่นไม่ก้าวหน้า หลังพ้นโรคเดี้ยงโดยอุทยานคืนว่าไม่ต้องการคนที่เจ็บบ่อยเหมือนกัน ช่วงเวลาเป็นนักเตะมาสั่งสอนในเรื่องนี้

หลังจากที่ แจ็ค วิลเชียร์ มิดฟิลด์ศักยภาพหนุ่มของ ทีมอาร์เซน่อล ยักษ์ใหญ่แห่งเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โต้กลับคำวิจารณ์ของ เจมี่ เร้ดแน็ปป์ อดีตมิดฟิลด์หน้าหล่อของ ลิเวอร์พูล ที่ออกมาตำหนิเรื่องแบบฟอร์มการเล่นที่ไม่พัฒนาขึ้น หลังพ้นปัญหาบาดเจ็บตามรุมเร้า โดยดาวเตะ ทีมปืนใหญ่ สวนกลับแบบเจ็บแสบว่าตนเองก็ไม่ต้องการคนที่เดี้ยงพอๆ กัน มาสอนเรื่องวิธีการเล่น

ซึ่งก่อนหน้านี้ เร้ดแน็ปป์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นกูรูวิจารณ์เกมลูกหนังให้กับสื่อ สกาย สปอร์ต สถานีกีฬาแดน เมืองผู้ดี ตำหนิฟอร์มการเล่นของ แจ็ค ว่า ไม่ได้ยกระดับเกมให้ดีขึ้น ในช่วงระยะเวลา 2 ปี ที่ผ่านมา และก็ยังไม่เห็นว่า วิลเชียร์ จะมีความเจริญอะไรมากมาย ดังนั้นคิดว่านักเตะรายนี้คงเอาอาการบาดเจ็บมาอ้างไม่ได้อีก

และจากคำตำหนิดังกล่าว ส่งผลให้มิดฟิลด์ทัพ ทีมปืนใหญ่ ออกมาโต้ตอบว่า นั่นมันเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนที่อยู่ในโทรทัศน์ และเผยว่า 'ควรจะทำแบบนี้ หรือ ควรจะทำแบบนั้น' แต่ถ้าคุณมองย้อนกลับไป เจมี่ ก็เคยได้รับบาดเจ็บพอๆ กับผมแหละ บางทีอาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นผมไม่ต้องการคนที่อยู่ในทีวีมาสอนผมว่าจะต้องเล่นยังไง



ตัวของชากิรี่ ยันทีมหงส์จีบจริงแต่พี่เสือกันท่า


ซึ่งทาง ชากิรี่ ได้ปริปากว่า ถูกทีมหงส์ ทาบทามก่อนเริ่มศึก เวิลด์ คัพ 2014 ซึ่งตนก็ไม่ได้รู้รังเกียจอะไรแต่เป็นทางบอร์ด บาเยิร์น ที่เลือกปัดข้อเสนอทันควัน โดยยืนยันว่าจะไม่วางขายตนไปที่ไหนเด็ดขาด

หลังจากที่ เซอร์ดาน ชากิรี่ ปีกร่างบึ้กของ ทีมบาเยิร์น มิวนิค ทีมมหาอำนาจแห่งศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน เปรยปากให้สัมภาษณ์รำลึกถึงความหลัง โดยยืนกรานอย่างชัดเจนว่าทีม ลิเวอร์พูล ได้มีการยื่นข้อเสนอเข้าทาบทามตนอย่างเป็นทางการเข้ามาในช่วงเปิดตลาด ซัมเมอร์ครั้งล่าสุด แต่บอร์ดบริหารของทัพ ทีมเสือใต้ ก็เลือกที่จะปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวอย่างไร้เยื่อใย อย่างไรก็ตาม ตนจะขอประมาณสถานการณ์ของตัวเองอีกครั้งในเวลาเดือน มกราคม ที่จะมาถึงนี้ ว่าจะเลือกเก็บข้าวของย้ายรังเสียทีหรือไม่

เมื่อดาวเตะทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ทีมลิเวอร์พูล ได้โหนกข้อเสนอขอซื้อผมก่อนเริ่มศึก เวิลด์ คัพ 2014 แต่ ทีมบาเยิร์น ก็ทุบโต๊ะขวางและบอกกับผมว่าพวกเขาจะไม่มีทางขายผมออกไปแน่นอน สัญญาของผมตอนนี้ยังมีถึงปี 2016 และมันก็มีความเป็นไปได้ที่ผมจะขยายสัญญาออกไปอีก อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างมันต้องมีขั้นมีระยะ และผมจะประเมินสถานการณ์ของตัวเองอีกครั้งในช่วงเปิดตลาดหน้าหนาวนี้

และนอกจากนี้ ชากิรี่ ยังไม่ลืมที่จะพูดถึงตารางบอลเกมรอบคัดเลือกศึก ยูโร 2016 ที่ทัพ ทีมนาฬิกา จะพบกับ อังกฤษ ในคืนวันจันทรที่จะถึงนี้ 8 กันยายน เช่นกัน โดยได้กล่าวว่า สำหรับผม ผมคิดว่ามันจะมีผู้แสดงดาวรุ่งหลายๆ คนของ อังกฤษ ที่ชาวเราหลายๆ คนไม่เคยชินได้ยินชื่อมาก่อน ได้รับโอกาสลงสนาม เขาทั้งหลายต้องการที่จะแก้ตัวจากการที่ทำงานได้น่าผิดหวังในศึก เวิลด์ คัพ รอบสุดท้าย แต่เราจะเล่นไปตามเกมของเราปกติ พร้อมด้วยมองถึงการคว้าชัยชนะในบ้านตัวเอง

วันศุกร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2557

เก็บร่วงเวิกตัวศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษฟอร์มดีหลังหงส์แดงทำฤทธิ์ทำเดช บุกกระหน่ำทีมไก่เละคารัง3-0



หมู่หงส์น้ำเงินแผลงฤทธิ์ หลังบุกตระหน่ำไก่เละคารัง3-0



  • ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
  • วันอาทิตย์ที่ 31 เดือนที่ 8 2557
  • ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 0-3 ลิเวอร์พูล
  • สนาม : ไวท์ ฮาร์ท เลน
  • ผู้วินิจฉัย : ฟิล ดาวด์
  • http://footballclubpza.blogspot.com/
ซึ่งวิเคราะห์ผลบอลในการสู้รบฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2014-15 เสมอๆวันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2557 โดยคู่เอกเป็นเกมที่สนามไวท์ ฮาร์ท เลน ระหว่างทีม ไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของทีม หงส์แดง ลิเวอร์พูล

หลังจากเริ่มเกมครึ่งแรก

ในนาทีที่  ทัพทีม หงส์แดง ได้เปิดเกมรุกทันทีและมีโอกาสลุ้นก่อน แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ เปิดบอลจากด้านซ้ายมาหน้าประตูกับเป็น มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่ขึ้นโขกเหน่งๆ แต่ถูก อูโก้ โยริส ปัดออกไปได้อย่างหวุดหวิด




นาทีที่ 8 แฟนทีม หงส์แดง ก็ได้เฮกันลั่น ครั้นมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 เมื่อ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ พาลูกบอลขึ้นทางกราบขวา ก่อนไหลบอลเข้าแถวโทษให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ตวัดไปเสาสองให้ ราฮีม สเตอร์ลิง วิ่งมาแปเบียดเสาเข้าไปไม่เหลือ

นาทีที่ 9  เจ้าถิ่น สเปอร์ส เกือบได้ประตูตีเสมอ เมื่อ เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ หลุดเดียวเข้าเขตโทษ เดิมกระดกบอลข้ามตัว ซิมง มินโญเลต์ ไปแล้ว แต่บอลแรงไปเลยไปตกหลังคาเพดานอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 27 คริสเตียน เอริคเซ่น ได้บอลทางฝั่งซ้าย ก่อนลากตัดเข้าตอนกลางไหลบอลให้ แดนนี่ โรส ซัดด้วยขวา แต่บอลหลุดกรอบออกไป

นาทีที่ 30 บาโลเตลลี่ ตอกลูกส้นจ่ายให้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ก่อนบรรจงปั่นด้วยซ้ายบอลโค้งเข้ากรอบ แต่ยังไม่ผ่านมือ อูโก้ โยริส

นาทีที่ 31 ทีม ลิเวอร์พูล ชวดได้ประตูที่ 2 อย่างน่าเสียดาย เมื่อ อูโก้ โยริส ออกมาเคลียร์บอลไม่ดี บอลมาเข้าทาง บาโลเตลลี่ ยิงสวนทางกลับทันที เกี่ยวข้องจาก โยริส อยู่ห่างจากผู้พิทักษ์ประตูบานตะไท แต่ดันยิงหลุดกรอบออกไปแบบไม่มีลุ้น

ในช่วงก่อนกำหนดทดเวลาบาดเจ็บ  เจ้าถิ่น สเปอร์ส น่าจะได้ประตูตีเสมออีกครั้ง เมื่อแนวรับ ลิเวอร์พูล เล่นบอลพลาด บอลหลุดไปถึง นาเซอร์ ชัดลี่ ได้ซัดคนเดียวโล่ง ๆ ในกรอบเขตโทษ แต่ ซิมง มินโญเลต์ โชว์ซุปเปอร์เซฟปัดทิ้งออกไปได้แบบหวุดหวิด

ซึ่งในเวลาที่เหลือไม่มีอะไรเพิ่มเติม ทำให้จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล บุกมานำ สเปอร์สอยู่ผลบอล  1-0


เข้าสู่ช่วงครึ่งหลัง




ในนาทีที่ 48  เจ้าถิ่นทีม สเปอร์ส ก็มาเสื่อมโทรมจุดโทษ จากการที่ เอริค ไดเออร์ ไปดึง โจ อัลเลน ล้มในกรอบเขตโทษและเป็น สตีเว่น เจอร์ราร์ด รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ทำให้ ลิเวอร์พูล หนีห่างเป็น 2-0




นาทีที่ 60 ทัพทีม หงส์แดง ได้สะใจอีก เมื่อมาได้ประตูขยับห่างเป็น 3-0 จาก อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ที่ฉกบอลจาก แอนดรอส ทาวน์เซนด์ ไปได้ ก่อนลากโซโล่เดี่ยวกว่าครึ่งสนามเข้าไปดีดด้วยขวาเสียบมุมเสาสองเข้าไป

นาทีที่ 65 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ มีโอกาสสับไกนอกกรอบ แต่ยิงไปติดเชฟของ อูโก้ โยริส

นาทีที่ 70 ลิเวอร์พูล พลาดได้ลูกที่4 จากความสามารถเฉพาะตัวของ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ล็อกหลบผู้เล่น สเปอร์ส 2-3 คน ก่อนหลุดเข้าไปล่อเป้า แต่ยิงได้ไม่ดี อูโก้ โยริส เชฟได้สบาย

นาทีที่ 83 ลิเวอร์พูล เล่นแบบครองเกมได้ทั้งหมด และมีโอกาสลุ้นจาก สเตอร์ริดจ์ ปั่นโค้งด้วยขวา แต่บอลหลุดกรอบไป

เข้าสู่ช่วงหลังสุดเกมทั้งสองทีมไม่สามารถทำอะไรเพิ่มเติมกันได้ จบเกม 90 นาทีทีม ลิเวอร์พูล บุกมาเอาพิชิต ทีมสเปอร์ส ถึงถิ่น ไปด้วยสกอร์ 3-0


อันดับรายชื่อผู้เล่น 11 คนแรกของทั้งสองทีม


รายชื่อทีมของสเปอร์ส 4-4-2 : 

  1. อูโก้ โยริส 
  2. เอริค ไดเออร์
  3. ยูเนส กาบูล
  4. ยาน แฟร์ทองเก้น
  5. แดนนี่ โรส 
  6. เอเตียน กาปู
  7. นาบิล เบนทาเลบ
  8. เอริค ลาเมล่า
  9. คริสเตียน เอริคเซ่น 
  10. นาเซอร์ ชัดลี่
  11. เอ็มมานูเอล อเดบายอร์


รายชื่อทีมของลิเวอร์พูล 4-4-2 : 
  1. ซิมง มินโญเลต์ 
  2. ฆาบี มานกีโย่
  3. มามาดู ซาโก้
  4. เดยัน ลอฟเรน
  5. อัลเบร์โต้ โมเรโน่ 
  6. จอร์แดน เฮนเดอร์สัน
  7. สตีเว่น เจอร์ราร์ด
  8. โจ อัลเลน
  9. ราฮีม สเตอร์ลิง 
  10. มาริโอ บาโลเตลลี่
  11. แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

ซึ่งการประมวญภาพฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 0-3 ลิเวอร์พูล










เมื่อเจิดซูฮก สเตอร์ลิ่งและบาโล ที่โชว์ฟอร์มหรู

พา ทีมหงส์ ขยี้ ทีมไก่ 3-0 



เมื่อ เจอร์ราร์ด ชู สเตอร์ลิ่ง สร้างความผิดแผกหลังพา ทีมหงส์แดง บุกทุบทีม ไก่ คาบ้าน 3-0 พร้อมชม เกรียนโอ้ เปิดตัวเยี่ยมหลังได้รับโอกาสลงตัวจริงตั้งแต่นัดแรก

ซึ่งหลังจากที่ สตีเว่น เจอร์ราร์ด กัปตันทีม ลิเวอร์พูล สโมสรชั้นนำแห่งศึกพรีเมียร์ลีก ออกโรงยกย่อง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และ มาริโอ บาโลเตลลี่ 2 แนวรุกของทีมที่ช่วยกันทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมพาทัพทีม หงส์แดง บุกเอาชนะทีม ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ 3-0 เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยชื่นชมปีกจรวดทีมชาติอังกฤษ ว่าเป็นผู้เล่นที่สามารถสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ เกรียนโอ้ ก็เปิดตัวได้อย่างสละสลวยกับพลพรรค ทีมเร้ด แมชชีน หลังได้รับโอกาสลงสนามเป็น 11 ตัวจริง

โดยที่อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษ กล่าวถึงปีกตัวจิ๊ดที่เบิกสกอร์แรกให้กับทีมในเกมล่าสุดว่า สเตอร์ลิ่้ง คือผู้เล่นที่พิเศษในเกมนี้้ แต่ผมก็รู้สึกตลกตอนที่เขาเฉียดฉิวจะยิงประตูที่ 4 เขาสมโภชบอลเหมือนกัน ริคกี้ วิลล่า อดีตนักเตะอาร์เจนติน่าของทีม สเปอร์ส 

แค่แต่จังหวะจบสกอร์เช่นกับ ริคกี้ เกอร์เวียซ ดาราตลกชาวอังกฤษ ทุกคนจับจ้องไปที่เขา และเราก็ต้องยกเครดิตให้เขาที่เล่นได้ยอดเยี่ยม เขาสามารถสร้างความเหลื่อมล้ำให้กับทีมได้ อยู่ที่ว่าเราจะใช้โอกาสนั้นได้หรือไม่

และนอกจากนี้ทาง สตีวี่ จี ยังไม่ลืมที่จะกล่าวถึงการลงประเดิมสนามเป็นตัวจริงเกมแรกของหัวหอกทีมชาติอิตาลี ว่า ผมคิดว่าพนมคือผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม การนำเขามาร่วมทีมถือเป็นแนวทางของเรา เขามีการประลองกำลังที่้ดี และสามารถสร้างปัญหาให้กับคู่ต่อสู้ได้ เราได้เห็นถึงแรงจูงใจของเขาในวันนี้ เรารับมือกับแรงกดดันได้เยี่ยม เขาเต็มไปด้วยคุณภาพ และยังเป็นผู้เล่นที่วิภูเอามากๆ


ทีมสิงห์บลูส์ คอนเฟิร์มว่าจะสอย เรมี่ มาเสริมคม4ปี 



เมื่อทีมสิงห์บลูส์ ได้แถลง ดึง เรมี่ จากทีม คิวพีอาร์ บวกคม 440 ล้านบาท พร้อมสัญญา 4 ปีซีกนักเตะโคตรแฮปปี้ ได้อยู่บ้านหลังใหม่ที่ยอดเยี่ยมอย่าง เดอะ บริดจ์

ซึ่งเมื่อทางทีมเชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศเซ็นสัญญาฉกตัว โลอิก เรมี่ ดาวยิงทีมชาติ ฝรั่งเศส จาก ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส คู่ประชันร่วมลีกมาร่วมทีมหมายถึงที่เรียบร้อยแล้วด้วยค่าตัว 8 ล้านปอนด์หรือ 440 ล้านบาท พร้อมสัญญา 4 ปีกับการค้าแข้งในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์

โดยที่ศูนย์หน้าเลือดเฟร้นช์แมน ให้สัมภาษณ์หลังได้กลายเป็นเป็นผู้เล่นคนใหม่ของ ทีมสิงโตน้ำเงินสีคราม ว่า ผมมีความสบายและภูมิใจสุดๆ เลย ส่วนได้ยินว่าทีม เชลซี นั้นต้องการได้ตัวผมไปร่วมทีม ซึ่งนั่นเป็นเพราะพวกเขาเป็นหนึ่งในที่พักผ่อนที่ดีที่สุดในโลก ผมยังจำบรรยากาศอันยอดเยี่ยมที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้เป็นอย่างดี เมื่อตอนที่ผมนั้นยังเป็นนักเตะของ มาร์กเซย และตอนนี้ผมแทบอดใจรอไม่ไหวแล้วที่จะได้ลงเล่นต่อหน้าแฟนบอลกลุ่มใหม่ของผมเป็นครั้งแรก

และทาง หัวหอกวัย 27 ปีย้ายจาก โอลิมปิก มาร์กเซย มาอยู่กับทีม คิวพีอาร์ เมื่อช่วงต้นปี 2013 ก่อนจะย้ายมาอยู่กับทีม นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ด้วยคำมั่นยืมตัวเมื่อซีซั่นที่แล้ว โดยลงเล่นไป 27 เกม ยิงได้ 14 ประตู ซึ่งก่อนหน้านี้ก็คุ้นชินตกเป็นข่าวพัวพันกับทีม อาร์เซน่อล คู่แข่งร่วมกรุงลอนดอน พร้อมกับก่อนหน้าก็จวนจะที่จะไปอยู่ทีม ลิเวอร์พูล แล้วด้วย แต่สุดๆท้ายทุกอย่างต้องล่มหมดเพราะเจ้าตัวตรวจร่างกายไม่ผ่านนั่นเอง



เมื่อบี ร็อด ชมเปาะ น้องโอ้ เข้ากับ หงส์ เป๊ะ




ลู่ด้าน บี-ร็อด ได้ยกนิ้ว บาโล ว่าเข้าใจปรัชญาการทำคณะของ ทีมหงส์แดง เป๊ะแม้เพิ่งย้ายแต่ก็ลงเป็นตัวจริงได้เลย เพิ่มให้ยังทำผลงานเข้าตาแม้ยิงไม่ได้แต่ก็ไม่เป็นไร

โดยสำหรับ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่เป็นผู้สั่งการทีมลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่แห่งเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันว่า ไม่มีปัญหาผ่านพ้นกับการใช้งาน มาริโอ บาโลเตลลี่ ดาวยิงรายใหม่ซึ่งได้ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมบุกเอาชนะ พวกท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 3-0 เมื่อ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา เนื่องจากนักเตะเป็นสุดยอดแข้งอยู่แล้ว และความเข้าใจต่อปรัชญาการทำทีมยิ่งส่งให้ทุกอย่างลงตัว

โดยที่ทางกุนซือทัพ ทีมหงส์แดง ได้กล่าวผ่าน ทางบีบีซี สำนักข่าวชั้นนำแดนผู้ดีว่า ผมคิดว่าบาโลเตลลี่ ยอดเยี่ยมมาก เขาเข้ากับแนวทางการทำทีมของเราเป๊ะ เขาฝึกซ้อมได้ดี ส่วนเรื่องที่คนอื่นเคยพูดถึงเขา มันเป็นการให้ความเห็นแบบด้านเดียว และอย่างที่คุณเห็นในวันนี้ การทำงานของเขา พลังของเขา และคุณภาพ เขาเป็นคนตัวใหญ่ที่จับบอลได้ดี

ซึ่งทางนายใหญ่ประจำทีมดังย่าน เมอร์ซี่ย์ไซด์ ยังพูดติดตลกถึง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง แข้งวัยรุ่นที่หมั่นเพียรจะยิงประตูที่ 4 แต่ไม่สำเร็จด้วยการเปรียบเทียบว่า เราต้องยกให้สเตอร์ลิ่ง เลยในวันนี้ ผมขำมากตอนที่เขาเกือบยิงประตูที่ 4 เขาเลี้ยงบอลผ่านแนวรับ สเปอร์ส อย่างกับ ริคกี้ วิลล่า ตำนานแข้งอาร์เจนไตน์ แต่จบสกอร์เหมือน ริคกี้ เจอร์เวส ดาราตลก

และทั้งนี้ทีม ลิเวอร์พูล เป็นทีมแรกที่ทำให้ ทีมไก่เดือยทอง ของ เมาริซิโอ เปอร์เช็ตติโน่ พบความพ่ายแพ้ในฤดูกาลนี้ หลังจาก 4 เกมที่ผ่านมารวมทุกรายการชนะรวด



เมื่อ บาโล ขอร้องอาสาซัดลูกโทษแทน เจิด




ต้องตามรุ่นนะน้อง หลังร็อดเจอร์ส เผย บาโลเตลลี่ ขอรับอาสารับหน้าที่ยิงจุดโทษให้กับ ทีมหงส์แดง แต่ตนได้แจ้งแล้วว่าผู้สังหารยังเป็น เจอร์ราร์ด และ ซูเปอร์มาริโอ ก็เข้าใจเป็นอย่างดี

โดยหลังจากที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่แห่งเวที โปรแกรมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เปิดเผยว่า มาริโอ บาโลเตลลี่ หัวหอกตัวใหม่ มาขออาสารับหน้าที่ยิงจุดโทษให้กับทีม แทนที่ของ สตีเว่น เจอราร์ด กัปตันทัพ ทีมหงส์แดง แต่กระนั้นตนเองก็ได้แจ้งกับ ซูเปอร์มาริโอ้ ไปแล้วว่าหน้าที่ดังกล่าวยังเป็น สตีวี่จี ที่จะได้รับมอบหมายสังหารอยู่เช่นเดิม

สำหรับ บีร็อด ยังได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ถ้าคุณได้เห็น บาโลเตลลี่ ฝึกซ้อม เขาจะใช้เวลา 45 นาที เพื่อฝึกซ้อมเพิ่มเติ่มในเรื่องการยิงฟรีคิกและการยิงจุดโทษ และแน่นอนเขามาถามผมว่าใครเป็นผู้รับหน้าที่ยิงจุดโทษ เขาทำหน้าที่นี้ได้เฉียบขาดมาก แต่ เจอร์ราร์ด คือคนสังหารจุดโทษของทีมเรา ซึ่ง บาโลเตลลี่ ก็ได้ทราบแล้ว และเขาก็เข้าใจสถานการณ์ดี

และทั้งนี้ ทางบาโลเตลลี่ วัย 24 ปี เคยขึ้นชื่อเป็นนักเตะที่ไม่เคยพลาดจุดโทษ หลังสังหารไป 26 ครั้ง เป็นประตู ทั้งหมด ก่อนจะมาเสียสถิติสมัยเล่นอยู่กับ เอซี มิลาน เมื่อซีซั่นที่สร้างผ่านมา ขณะที่ เจอร์ราร์ด ก็เป็นผู้รับหน้าที่ยิงจุดโทษให้กับ ทีมหงส์แดง มาตลอด โดยฤดูกาลก่อนสังหารเข้าไปทั้งหมด 11 ครั้งด้วยกัน