วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2557

โปรแกรมบอลศึกฟุตบอลเอเชียนเกมส์ 2014 รอบปล้นเหรียญทองแดง ไทย เจอะ อิรัก

รายงานสด! ศึกฟุตบอลเอเชียนเกมส์ 2014 

รอบชิงเหรียญทองแดง “  ไทย พบ อิรัก ”



วิเคราะห์ผลบอลรายงานสดฟุตบอลชายเอเชียนเกมส์ 2014 รอบชิงเหรียญทองแดง ระหว่าง พวกชาติไทย พบ ทีมชาติอิรัก แข่งที่สนามอินชอน สเตเดี้ยม ประเทศเกาหลีใต้



โดยภายหลังที่เกริ่นมาได้ 3 นาที เป็นพวกอิรักที่ได้ทักทายกลุ่มไทยก่อน จากจังหวะที่กองหลังไทยผิดพลาดให้บอลผ่านมาถึง ยูนิส มาห์มูด กองหน้าตัวเก๋าของกลุ่มได้วางเท้ายิงโล่งๆในกรอบเขตโทษ โชคยังดีที่บอลหลุดกรอบออกไปอย่างน่าหวาดเสียว



พร้อมทั้งในนาทีต่อมาทีมไทยบุกกลับ ซึ่งเป็น อดิศักดิ์ ไกรษร กองหน้าตัวเก่งได้ยิงในกรอบ 6 หลาจากลูกชุลมุน แต่ไม่เต็มเท้าเท่าไร ผู้รักษาประตูอิรักเลยคว้าไว้ได้

เพราะว่าที่ช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งสองพวกเปิดเกมบุกใส่กันอย่างสนุก ถึงแม้ว่าทีมอิรักจะดูวูบวาบกว่า แต่จังหวะสุดท้ายก็ยังไม่เฉียบคมพอที่จักเป็นประตู จบครึ่งแรก ผลบอลเสมอกันอยู่ 0-0

ในนาทีที่ 57 มาห์มูด ได้ลองยิงไกลนอกกรอบเขตโทษ บอลข้ามคานไปไม่ไกล



กับแล้วพวกอิรักมาได้ประตูขึ้นนำจนได้ จากจังหวะลูกเตะมุมนาทีที่ 62 เป็น มาห์มูด คนเดิมที่โหม่งเสียบเสาสองเข้าไป

ในนาทีที่ 79 ชารีล ชัปปุยส์ กองกลางตัวเก่งของไทยได้โอกาสยิงไกล 25 หลา บอลพุ่งได้ลุ้นแต่ยังไม่ดีพอที่จะสร้างผ่านมือผู้รักษาประตูอิรัก

ซึ่งฝ่ายไทยน่าได้ประตูตีเสมออีกครั้ง จาก อดิศักดิ์ ได้ตั้งป้อมยิงโล่ง ๆ ตรงเส้นกรอบเขตโทษ แต่กดไม่ลง บอลข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

เพราะว่าในช่วงเวลาที่เหโจษ กลุ่มชาติไทยเปิดเกมบุกอย่างหนักหวังตีเสมอให้ได้ อิรักทำได้แค่ตั้งรับด้วยกันรอสวนกลับเท่านั้น แต่ก็ยังไม่มีสกอร์เกิดขึ้น

ทำให้จบเกม กลุ่มอิรัก ชนะ ฝ่ายไทย ไป 1 - 0 คว้าเหรียญทองแดงไปครอง ส่วนพวกชาติไทยได้อันดับ 4



มาดูสารบาญ 11 ผู้เล่นตัวแท้ฟุตบอลคณะชาติไทย :

  1. กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์. ตำแหน่ง ผู้รักษาประตู พร้อมด้วย กัปตันกรุ๊ป
  2. พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา
  3. ธนบูรณ์ เกษารัตน์
  4. ชิติพัทธ์ แทนกลาง
  5. นฤบดินทร์ วีระวัฒโนดม
  6. ปกเกล้า อนันต์
  7. ชารีล ชัปปุยส์
  8. เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์
  9. นูรูล ศรียานเก็ม
  10. ชนาธิป สรงกระสินธ์
  11. อดิศักดิ์ ไกรษร

ขอบคุณข้อมูลจาก >>> http://footballclubpza.blogspot.com/2014/10/2014_2.html

วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ผลบอลข้างในนัดแนะสยาม vs ประเทศเกาหลี ในการต่อสู้ เอเชียนเกมส์ 2014

รับชมคลิปเต็ม เปิดใจโค้ชซิโก้ ตีแผ่จุดโทษคือจุดเปลี่ยนเกมส์ !!



เปิดใจ โค้ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือกลุ่มชาติไทย หลังฝ่ายพ่ายแพ้เจ้าภาพเกาหลีใต้ผลบอล 0 - 2 พลาดโอกาสเข้าไปชิงชนะเลิศหนแรกในเอเชียนเกมส์2014 ครั้งนี้อย่างน่าเสียดาย


 

พร้อมทั้งในจังหวะที่ยิงจุดโทษในคลิปนี้ยังมีการตัดภาพการยิงจุดโทษในครั้งแรกออก เพราะว่าในจังหวะแรก ผู้รักษาประตูของไทยเซฟได้ แต่ กรรมการได้เป่าให้ยิงใหม่เพราะว่า...เหตุผลที่ว่านักเตะเกาหลีออกตัวยิงก่อนเป่านกหวีด ดังนั้นเกาหลีเลยได้ยิงจุดโทษถึง 2 ลูก พร้อมด้วยก็เป็นไปตามคาด ลูกที่ 2 นั้น เข้าไปอย่างสวยงาม (ประชด) 




โดยที่หลังเกมการแข่งขันจบลง โค้ชซิโก้ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเองค่อนข้างพอใจกับผลงานของลูกกรุ๊ป ที่รอบรู้ต่อสู้กับทีมที่แข้งแกร่งอย่างเกาหลีใต้ได้ดี แต่ยอมรับเสียลูกโทษคือจุดเปลี่ยนของเกม ทำให้พวกเราเล่นลำบากขึ้น แต่ไม่ติดใจอะไรก็เพราะว่าเคารพในคำตัดสิน

ด้วยกันในช่วงท้าย โค้ชซิโก้ ยังได้กล่าวอวยพรกับเกาหลีใต้ว่า ก็ขอให้เกาหลีใต้คว้าแชมป์ แต่ขอร้องเหอะสมมติว่าคว้าแชมป์ได้เพราะว่าไม่มีจุดโทษก็จะเป็นแชมป์ที่สวยงาม

ซึ่งผมก็ต้องขอโทษแฟนบอลชาวไทย ที่ไม่ศักยเข้าชิงได้สำเร็จ เด็กๆ ทุกคนในคณะทำเต็มที่แล้ว กับนักเตะชุดนี้จะเป็นกำลังหลักของไทยถัดแน่นอน



คลิป เปิดใจของ โค้ชซิโก้ หลังไทยแพ้เจ้าภาพ 0-2

 

ด้วยกันจากที่ได้ลองย้อนไปดูเกมส์การแข่งขันในกีฬาส่วนต่างๆ กันดูนะครับ ซึ่งท่านผู้อ่านก็คงจักได้ติดตามพร้อมทั้งให้กำลังใจนักกีฬาไทยกันอยู่แล้ว ถ้างั้นเราลองมาดูกันเลยดีกว่า ว่ากีฬาใดบ้างที่มันดูไม่เป็นธรรม และค้านสายตาผู้ชมชาวไทย

สำหรับตัวผมก็ไม่อยากจะขุดคุ้ยเรื่องที่ไม่ดีๆ ของใครคนใดคนหนึ่งมาหรอกนะครับ แต่ก็อย่างว่า มันกำลังเป็นกระแส ก็ประสงค์ให้ท่านผู้อ่านทั้งหลายได้เห็นความโหดร้ายของวงการกีฬา ก็คงต้องยอมรับนะครับว่า การเป็นเจ้าภาพเรื่อง หน้าตา มันเป็นสิ่งสำคัญ แต่ถ้ามันมากไป มันก็อาจจักมีแต่ส่งผลเสียกลับคืนมา เราลองมาดู ช็อตต่างๆของเกมส์ฟุตบอลในอดีตสักหน่อยว่ามันรุนแรงสักแค่ไหน

ปล.ไม่ได้แค้นอะไรเป็นการส่วนตัวนะครับ แค่อยากจักประภาษว่า นักกีฬาทุกคนยอมเสียสละเวลาอันมีค่าของตัวเอง เพื่อมาฝึกซ้อมเป็นเดือนเป็นปี ก็หวังที่จะได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติด้วยกันตัวเอง แต่ถ้าการตัดสินของใคร คนใด คนหนึ่ง นั้น มันส่งผลให้รูปเกมส์เปลี่ยนไป ก็คงต้องมานั่งคุยกันแล้วล่ะว่า เราจักมีการจัดแข่งกีฬาไปทำไม เพื่ออะไร?






กีฬาแบตมินตัน 

คู่ของน้องเมย์ นั้นก็ 50/50 ก็เพราะว่าเราก็ไม่ได้ไปอยู่ในสนามด้วยจิ ^_* แต่ถ้าต่างว่าดูจากคลิป ที่ประเทศจีน พร้อมทั้ง ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตระกูลชายเดี่ยวแข่ง ที่เจอกับเกาหลี อันนี้ลมแอร์เกือบจะ 99.98% เลยทีเดียว






กีฬามวยสากลสมัครเล่น 


คู่ของสายลมนั้น

ยกแรกนั้นทั้งคู่ชกได้ เอิ่ม..อ่า..สูสีกันมาก ถ้าจะให้เกาหลีชนะก็ไม่ค่อยน่าเกลียดเท่าไหร่หรอก

ยกที่สองนี่มันค้านสายตาแท้จริงๆที่ให้เกาหลีชนะน่ะ ถ้าใครได้ดูก็คงจักรู้นะครับ

ส่วนยกสุดท้ายนี่ หมัดของสายลมอาจจักเข้าเป้าน้อยไปบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับว่า สมควรจะให้แพ้ แต่ว่าผลที่ออกมานี่ ไทยปราชัย 0 - 3 แบบนี้ต่อให้เป็นพ่อพี่ตุ้ม ก็เข้าใจไม่ลงหรอก (*พี่ตุ้ม - นักมวยสาวตระกูลสองนะฮ๊า )



คลิปสายลม VS ฮัน ซูนซูล






-ยังไม่หมดนะครับเกี่ยวกับคู่มวยสาวของไทยอย่าง โสภิดา สะทุมรัมย์ คู่นี้นั้นถือว่าค้านสายตาอย่างหาที่เปรียบมิได้ เกมส์ตลอดทั้ง 4 ยก นั้นสาวไทยเดินหน้าบุกไล่อัด สาวจีน แบบขาดลอย แต่ ผลที่ออกมาคือ

>>> กรรมการคนแรกจากประเทศฟินแลนด์ให้ไทย ชนะ 39-37 คะแนน

>>> ส่วนกรรมการอีกสองท่านจาก ประเทศตูนิเซีย พร้อมด้วย ประทศฟิลิปปินส์ ให้ทั้งคู่เสมอกัน 38-38 คะแนนทั้งคู่

>>> ด้วยกันท้ายที่สุดกรรมการบนเวทีได้ชูมือให้ ซิล ไห่จูน จากประเทศจีน เป็นฝ่ายชนะไปด้วยคะแนน 2-1 เสียง เป็นท่านท่านจักคิดเยี่ยงไร





โสภิดา สะทุมรัมย์ VS ซี ไฮจวน


และยังมีอีกหลายๆ กีฬานะครับ แต่พูดไม่หมดเอาเป็นว่าแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน

ขอย้ำอีกครั้งนะครับว่านี่เป็น #ความคิดเห็นส่วนตัว ส่วนท่านผู้อ่าน อาจจักคิดต่างออกไป ผมก็ยินดีรับฟังความคิดเห็นจากท่านผู้อ่านทุกคนครับ (อย่าด่าผมนะ!!! ผมกลัว )

แต่ผมก็เป็นชาวไทยคนหนึ่งไม่ว่าจะยังไง ก็จักขอติดตามชม พร้อมด้วยเชียร์พวกชาติไทยไปตลอดจนจบการแข่งขัน เอเชียนเกมส์2014 ครั้งนี้เลยครับ


ศึกฟุตบอลพวกชาติไทยจักมีโปรแกรมบอลลงชิงเหรียญทองกับประเทศอิรัก ในวันที่ 2 ตุลาคม เวลา 15.00 น. ยังไงก็มาร่วมติดตามชมพร้อมด้วยสนับสนุนกันด้วยนะครับ

ปล.ขอบคุณที่อดทนอ่านนะครับ

ขอบคุณข่าวจาก >>> http://footballclubpza.blogspot.com/

วันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2557

วิเคราะห์บอลพรุ่งนี้ : คาร์ราเกอร์ ท้วงมินโญเล่ต์อีกต่างหากชั้นเลวพอกับทีมหงส์แดง

ตราบใดทางส่วนคาร์ราเกอร์ ติงว่ามินโญเล่ต์ยังไม่ดีพอกับพวกหงส์




จะลองมาเซฟเองมั้ยครับ? หลังจากที่คาร์ร่า วิเคราะห์ผลบอล ว่ามินโญเล่ต์ นั้นยังไม่ทำผลงานได้เยี่ยมพอในทัพ ทีมหงส์แดง หลังไม่สามารถเซฟลูกยิงสุดสวยของ จากีลก้า ได้ พร้อมชี้ว่านายทวารก็เป็นส่วนที่ทำให้ฝ่ายประสบความสำเร็จ

เพราะว่าที่ เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตปราการหลังของ ทีมลิเวอร์พูล ยักข์ใหญ่แห่งศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกโรงวิจารณ์ ซิมง มินโญเล่ต์ ผู้รักษาประตูมือหนึ่งของพวก ว่ายังทำผลงานได้ไม่ดีพอที่จะทำให้สโมสรประสบความสำเร็จ หลังเจ้าตัวไม่สมรรถเซฟลูกยิงผีจับยัดของ ฟิล จากีลก้า เซ็นเตอร์แบ็กของ เอฟเวอร์ตัน เอาไว้ได้ ในเกมจนกระทั่งสุดอาทิตย์ที่เสมอกันไป 1 - 1 วันเสาร์ที่ 27 กันยายน ที่ข้ามมา

หลังจากที่อดีตกองหลังที่แปรผันตัวไปเป็นนักวิเคราะห์เกมของ สื่อสกาย สปอร์ต ได้กล่าวว่า ผมคิดว่าโกล์ที่ดีที่สุดจะรอบรู้พาฝ่ายคว้าแชมป์ได้ นั่นเป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ ลูกยิงของ จากีลก้า มันไม่ได้เป็นความผิดพลาดอย่างรุนแรง แต่เขาน่าจะทำได้ดีกว่านี้ไม่ใช่หรือเปล่า? ทุกๆ คนจักพูดกันถึงแต่ สตีเว่น เจอร์ราร์ด พลาด พร้อมกับทำให้ ลิเวอร์พูล เสียแชมป์ลีก ซึ่งคุณไม่ควรมองถึงคนคนหนึ่งที่ทำหนึ่งความผิดพลาด แต่ เด็มบา บา ยังคงลอดไปได้ คุณลองมองไปยังผู้รักษาประตู กับคิดว่า การจักชนะในลีก มันต้องมีเซฟสวยๆ เพื่อจักตัดสินฤดูกาลนี้

ด้วยกันในจบที่พบกับ กลุ่มแมนฯ ซิตี้ ที่เราจำนนผลบอลไป 1-2 ซึ่งถ้าเขาสามารถเซฟลูกยิงของ เนเกรโด้ ได้เราจักไม่เสีย 2 คะแนนพร้อมกับได้ 1 แต้ม กลับมาด้วย ผมคิดว่า โจ ฮาร์ท หลังเกมที่พบกับ เชลซี หมู่ แมนฯ ซิตี้ นั้นเจอเกมที่ยากกับ เอฟเวอร์ตัน พร้อมด้วยพวกเขาเอาชนะได้ 3-2 โจ ฮาร์ท เซฟลูกยิงของ เนย์สมิธ พร้อมทั้งทำให้พวกเขาเป็นแชมป์ เราทำเป็นพูดถึงลูกยิงที่ทำให้เป็นแชมป์ได้ ใช่ไหมนักเตะที่ทำให้เหล่าคว้าแชมป์ พร้อมกับสร้างช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ แต่ผู้รักษาประตูก็เป็นสิ่งที่ทำให้เรื่องราวต่างๆ เปลี่ยนไปได้เช่นกัน ด้วยการเซฟที่ยอดเยี่ยม

ซึ่งมาจนถึงครั้งนี้ เขายังไม่ได้มีลูกเซฟสำคัญ ๆ ให้กับเหล่าได้เลย ถ้ามันเป็นแบบนี้ต่อไป ผมสมรรถมองได้ว่า คณะลิเวอร์พูล จักมองหาผู้รักษาประตูคนใหม่แน่ มีการสั่งสนทนาถึง บิคตอร์ บัลเดส เพราะว่าว่าเขาเป็นฟรีเอเย่นต์ แต่เขาก็ยังต้องพิสูจน์ คาร์ร่า ร่ายยาวเหยียด

ขอบคุณข่าวจาก >>> http://footballclubpza.blogspot.com/

วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2557

ข่าวคราวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : ฟานกัล คล้องรูนพอประมาณโดนแดง


ฟานกัล รับรูนสมควรโดนแดง







เพราะในเกมส์ที่ทะลุทะลวงมาของฝ่ายแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชอตที่ทำให้ รูนี่ย์ โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม!! ล่าสุดฟาน กัล ก็ได้เปิดแย้มต่อสื่อว่า รูน สมควรที่จะโดนใบแดงแล้ว แต่ก็อดปลื้มไม่ได้ที่ลูกคณะ สมรรถยันเวสต์แฮมเอาไว้ได้ ด้วยสกอร์ 2-1

วิเคราะห์บอล : หลังจากจบเกมส์ขณะวันเสาร์ที่สร้างผ่านมา หลุยส์ ฟาน กัล ผู้จัดการเหล่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ออกมายอมรับว่าจังหวะที่ เวย์น รูนี่ย์ ศูนย์หน้ากัปตันเหล่าวิ่งไปเตะหัวเข่าของ สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ปีกจาก เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในนาทีที่ 59 นั้นสมควรที่จักเป็นใบแดงแล้ว พร้อมชมลูกกลุ่มที่อดทนจนเชี่ยวชาญยันผลการแข่งขันเอาไว้ได้ ส่งผลให้พวกเขาเอาชนะไป 2-1 เก็บ 3 คะแนนไปได้อย่างหืดจับ ตราบวันเสาร์ที่ 27 กันยายนที่ข้ามมา

ซึ่งกุนซือวัย 63 ปี ได้กล่าววิเคราะห์บอลอีกว่า ผมคิดว่าเราเล่นกันได้ดีมากๆ ในช่วงครึ่งเวลาแรก เกมบุกที่ยอดเยี่ยม เป็นฟุตบอลที่มีเสน่ห์ เราเสียประตูจากลูกเตะมุม ซึ่งน่าเสียดายเพราะว่าเราเล่นกันได้ดี ผมตรัสในช่วงพักครึ่งว่าผมยินดีกับผลงานมาก ภายหลังเราเล่นลูกเซตเพลย์ แล้วถูก เวสต์แฮม โต้กลับ ซึ่งใบแดงของ เวย์น มันได้เปลี่ยนทุกๆ อย่างไป

ทั้งยังกล่าวต่ออีกว่า ผมคิดว่าผู้ตัดสินวิเคราะห์บอลว่าควรจะให้เป็นใบแดงอยู่แล้ว ผมคิดว่า รูนี่ย์ แล้วก็เพราะว่าเล่นมุ่งร้ายเกินไป ก็เพราะว่าว่าคุณเชี่ยวชาญทำอย่างอื่นได้มากมายกว่าการเตะ ผมว่ามันไม่เป็นมืออาชีพเท่าไหร่ เรามีปัญหาที่ว่า เวสต์แฮม มีความสูงกว่าเรา พร้อมทั้งพวกเขาเล่นบอลโยนยาว มันเป็นเรื่องยากที่เราจะรักษาสกอร์ไว้ได้ ซึ่งผมดีใจมากๆ ที่เราทำมันได้ เทรนเนอร์ชาวดัชต์ ร่ายยาว

กับพร้อมกันนี้ทางด้าน ฟาน กัล ยังได้พูดถึงผู้เล่นดาวรุ่งที่เปิดตัวในวันนี้อย่าง แพทริก แม็คแนร์ โดยชื่นชมผลงานว่าเล่นได้อย่างดี ผมดีใจที่เราชนะ ก็เพราะว่าว่ามันสำคัญมากเกี่ยวกับนักเตะที่เพิ่งเริ่มเกมนี้ และผมคิดว่าเขาเล่นได้ดี ผมพอใจกับผลงานของเขามากๆ

และนอกจากนี้ หลังจากที่ฝ่าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เฉียดชนะฝ่าย เวสต์แฮมมา ทำให้เก็บแต้มได้ 3 คะแนนได้ ส่งผลให้ตำแหน่งเลื่อนไปอยู่อันดับที่ 7 ซึ่งตามหลังจ่าฝูงอย่าง กรุ๊ปเชลซี อยู่ 8 แต้ม  


และอาทิตย์หน้าคะแนนในตารางจักเปลี่ยนแปลงมากน้อยปางใด รอบรู้รับชมความเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลา ที่ >>> http://footballclubpza.blogspot.com/


วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2557

บอล : นี่หมายถึงคดีบรรลุเป้าหมายแบบ ของ ซิโก้ สไตล์

ความสำเร็จรูปแบบ “ซิโก้ สไตล์”





หลังจากที่เราได้วิเคราะห์บอลสัมผัส และ รู้จักกับตัวตน ของ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ผมไม่แปลกใจเลยที่พวกชาติไทยเก่งทะลุเข้ารอบตัดเชือก เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 17 ได้สำเร็จ


คลิปความสำเร็จของหมู่ชาติไทย ในนัดที่ไทย VS พม่า



ด้วยกันถึงแม้ว่าในครั้งนี้ จักเป็นแทบครั้งที่ 4 ในความเป็นมาศาสตร์เท่านั้นที่ทัพนักเตะไทยทำผลงานเข้าสู่รอบ 4 เหล่าสุดท้ายได้

ลองมาทบทวนโปรแกรมบอลกันอีกที: 

  • ครั้งที่ 1 ปี 1990 คาร์ลอส โรแบร์โต้ คาร์วัลโญ่
  • ครั้งที่ 2 ปี 1990 ไทย
  • ครั้งที่ 3 ปี 1998 ไทย  
  • ครั้งที่ 4 ปี 2002 เกาหลีใต้ โดยมี ปีเตอร์ วิธ เป็นโค็ช


ซึ่งเป็นกุนซือ ที่เราทำฟอร์มได้เท่านี้ ลองมาวิเคราะห์ผลบอล กันดูสักหน่อย

แต่ว่าที่น่าสนใจก็คือ ซิโก้ ได้กลายเป็นบุคคลที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จปี 1998 พร้อมกับ 2002 ในฐานะผู้เล่น กับโค้ชครั้งนี้ หรือก็คือ 3 จาก 4 ครั้งที่เราเข้าถึงรอบรองชนะเลิศเอเชียนเกมส์



นี่คือภาพ ช่วงหนึ่งของชีวิตในลีกผู้ดีกับ เหล่าฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์
เกี่ยวกับชื่อของ ซิโก้ หรือไม่ก็ที่ผมเรียกว่า “โก้” ติดมาตั้งแต่ตอนเจ้าตัวไปเป็นนักฟุตบอลอาชีพให้ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ปี 1999 กับตอนนั้นผมเป็นผู้สื่อข่าวอยู่อังกฤษ จึงมี “ประสบการณ์” และรู้ว่าควรจักโค้ชอย่างไร? ณ สถานการณ์นี้ แบบครบถ้วน

ซึ่งคราวนำมาเสริมกับ “บุคลิก” พร้อมทั้งคาแร็กเตอร์ส่วนตัวที่มีพื้นฐานเยี่ยมด้าน “ระเบียบวินัย” ทั้งใน ด้วยกันนอกสนาม บวกกับ “พรสวรรค์” ที่แม้ไม่ได้สูงเฉียดพี่ตุ๊ก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน

แต่เป็นเพราะว่า คำว่า “วินัย” นี่แหละครับที่เป็น “จุดแข็ง” พร้อมทั้งคอยเสริมทักษะ กับพรสวรรค์ จนทำให้ “โก้” กลายเป็น 1 ในสุดยอดศูนย์หน้าที่ดีที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยผลิตมา

ในตอนยุคผมเด็ก ๆ ใช่ไหม 30 ปีบวก ๆ ตัวเองเคยได้ยินแต่ชื่อ “น้าเจษ” เจษฎาภรณ์ ณ พัทลุง แต่ไม่ทันได้ดูการเล่นว่า คุณอาเจษฎาภรณ์ เป็นศูนย์หน้าที่ “เก่งกาจ” เท่าใด

แต่พอเติบโตมาก็มี “พี่ตุ๊ก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน พร้อมกับก็ ซิโก้ ก่อนจักถึงยุคนี้ที่มี ธีรศิลป์ แดงดา


ในระยะเวลานั้นได้เข้ารอบรอง ฯ เอเชียนเกมส์ ปี 1988
เพราะเหตุนี้เชื่อแน่ครับว่าในด้าน บารมี กับในฐานะหัวหอกในตำนานมีผลต่อการเป็นโค้ช และจนกระทั่งบวกบุคลิก พร้อมทั้งคาแร็กเตอร์ น่านับถือทั้งการ “วางตัว” ตัดผ่านการพูดจาด้วยมิติ “ความคิด” ดีๆ

พร้อมทั้งไม่ว่าจะเป็นในด้านการบริหารจัดการยอดเยี่ยมนับจากพากลุ่มได้แชมป์ซีเกมส์ ที่พ้นมาที่เมียนมาร์ ด้วยการจัดให้นักเตะได้รวมตัว “อุ่นเครื่อง” ทุกเดือนอย่างต่อเนื่อง

พร้อมด้วยยังหลีกเลี่ยงการปะทะกับสโมสรต้นสังกัด ชนิด “รอมชอม” เข้าใจวัฒนธรรมบอลไทย กับรู้จักตัวผู้เล่นแบบโค้ชต่างชาติไม่มี

เพราะที่ความสำเร็จนั้นจึง ได้เกิดขึ้นแบบ ที่ มีที่มาที่ไป พร้อมด้วยไม่ใช่ความ บังเอิญแน่นอน

โดยที่ฝ่ายชุดนี้มี 11 คนแรก เพราะการปะทะกับ หมู่จอร์แดน ซึ่งเราตัดผ่านได้ด้วยผลบอล 2-0 ก่อนไปเจอเจ้าภาพ เกาหลีใต้ วันอังคารที่ 30 กันยายน

สารบาญชุดนี้ประกอบไปด้วย

1. ประตู

  • กวินทร์


2. กองหลัง

  • พีรพัฒน์
  • ธนบูรณ์
  • อดิศร
  • นฤบดินทร์


3.กองกลาง

  • เกริกฤทธิ์
  • สารัช
  • ชาริล
  • ชนาธิป
  • นูรูล


4.กองหน้า

  • อดิศักดิ์


ด้วยเหตุนี้จึงได้ “ฉายภาพ” การเป็นกุนซือของพวกเค้าออกมาได้ชัดเจนที่สุด

ด้วยกันอีกอย่างครับครับ นักเตะไทยเล่นแบบ “มีวินัย” แต่แอบแฝงด้วย “พรสวรรค์” เล็ก ๆ น้อย ๆ แทรกในแต่ละตำแหน่งกับระบบ 4-5-1 ที่สลับเป็นรุก 4-3-3 ได้แบบพอเหมาะพอเจาะ

พร้อมทั้งจากจุดโหมโรงต้นของศึก แชมป์ซีเกมส์
เป็นเวลานานแค่ไหนแล้วนะ?

  1. ที่เราไม่ได้เห็นกรุ๊ปชาติไทยควบดูแลอารมณ์ 
  2. คอนโทรลสถานการณ์ได้แบบทัวร์นาเมนท์นี้
  3. เล่นแบบเป็นตัวของตัวเอง 
  4. มีความสุข


เพราะว่าที่ตารางบอล ทุกสิ่ง ทั้งหมดที่มี คือ บุคลิกของกุนซือ ด้วยกันเป็นนิสัยของชายที่ชื่อว่า ซิโก้ พร้อมด้วยตามที่ผมนิยามก็คือ ซิโก้ สไตล์

สิ่งสุดท้าย ก็จะมีคำถามตามมา คือ ความหวังเหรียญใดเหรียญหนึ่ง ใช่ไหมเข้าชิงชนะเลิศ เหรอโอกาสเหรียญทองของฝ่ายชุดนี้เป็นไปได้ไม่ใช่หรือไม่ ?

ในด้านของตัวผมมองว่า  นอกจากจักเล่นทุกนัดให้เหมือนนัดไฟนอล เหรอนัดชิงชนะเลิศแบบที่ “โก้” สนทนามาตั้งแต่รอบ 16 คณะสุดท้ายแล้ว

ถ้าแม้หมู่ชาติไทย ยังเล่นรูปแบบ “ซิโก้ สไตล์” นี้ได้อีกใน 2 นัดที่เหลือกระฉ่อน อะไรย่อมเกิดขึ้นได้ครับ ถ้าไม่โดนโ..ง คุณคงรู้กันนะครับ 555+ ^_^

ขอบคุณข้อมูลจาก >>> http://footballclubpza.blogspot.com/

เนื้อหาเพราะว่า Sanook.com



วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2557

วิเคราะห์บอล : เส้นผมทำกระไรผิด(บาโลเตลลี่)



เป็นเรื่องแล้วไหมล่ะ!! เป็นไงล่ะ บาโลเตลลี่เอ๋ย เจ้ายังรู้จัก อารมณ์โกรธของแฟน บอลน้อยไปนะ !! 

วิเคราะห์บอล : คำว่า saynoracism ใช่ไหมการที่ไม่พูดจาด่าด้วยการเหยียดผิว เป็นสิ่งที่องค์กรลูกหนัง ฟุตบอลทั่วโลก พยายามรณรงค์ให้มันลดน้อยถอยไปใช่ไหมให้มันตายไปจากวงการฟุตบอลเลยได้ยิ่งดี แต่ผมเชื่อเลยว่ามันไม่มีทางหมดหรอก ถ้าจิตใจคน มันยังปราศจากสิ่งยั่วยุไม่ได้

ซึ่งนี่ก็ถือเป็นอีก 1 เหตุการณ์ ที่ผมไม่ทะเยอ ทะยานเชื่อว่าจะหลุดมาจากปลายนิ้วของ แฟนฟุตบอล หมู่เร้ด อาร์มี่ บางจำพวก ย้ำ นะครับว่า บางจำพวก ซึ่งแทบแค่เพราะว่าว่า มาริโอ บาโล เตลลี่ ที่เพิ่งสถาปนาตัวเองเป็น กลุ่มลิเวอร์พูล ได้ไม่นาน โพสต์ 'ทวิตเตอร์' เชิง แซวเหรออาจจะตกใจกับผลการแข่งขันที่ เหล่าแมนฯ ยูไนเต็ด พลิกกลับมาพ่าย กรุ๊ปเลสเตอร์ 3 - 5

นี่คือตัวอย่างนะ จ๊ะ ไม่ได้เอามากล่าวหาลอยๆ แต่มันมีอยู่สุทธิคน แบบนี้
ก็เพราะว่าผมเชื่อเลย ก่อนเกมที่พวกปีศาจแดง จะลงพบกับ กรุ๊ปจิ้งจอกสยาม เหล่าสาวก พวกเร้ด อาร์มี่ จำนวนไม่น้อย เล่นจัดการโพสต์ เฟซบุ๊ค ไม่ใช่หรือ ทวิสเตอร์ แซวหรือเชิงเยาะเย้ยลิเวอร์พูล ที่ไปพ่ายต่อ ทีมเวสต์แฮม 1-3 เมื่อวันเสาร์ กันอย่างสนุกมือ ก็เพราะว่าคงคิดว่า พรุ่งนี้ตูชนะแน่ !

แค่แต่ว่าเหมือนฟ้าเล่นตลกกับ ฝ่ายแมนฯ ยูไนเต็ด นะครับ ก็เพราะว่าเสกให้พวกเขาพ่ายพ่ายแพ้ต่อคู่แข่งเช่นกัน ทั้งๆที่ อัง เคล ดิ มาเรีย โชว์เทพด้วยการยิงชิบข้ามประตู แถมยังมีช็อตที่ ราดาเมล ฟัลเกา แอสซิสต์เข้าหัว โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ แบบพอเหมาะพอเจาะ ออกนำไปก่อน 3 - 1 แต่ใครจะเชื่อว่า ฝ่ายเลสเตอร์ จะมารัว 4 ประตูรวด แซงชนะไป 3 - 5

และนี่คือการพ่ายปราชัยต่อเวสต์แฮมของหงส์แดง  อย่าสาธยายนะว่าแฟนผีไม่เคยเยาะเย้ย
ซึ่งคราวผลสกอร์ วิเคราะห์บอลจบแบบนั้น ไม่ใช่แฟนบอล หมู่จิ้งจอกสยาม พวกเดียวแล้วล่ะครับ ที่แฮปปี้ มีความสุข ก็เพราะว่าแฟนบอลเฉพาะกิจ อย่างคณะลิเวอร์พูล ก็เรียกได้ว่าถึงกับยิ้มหน้าบาน ปากแทบฉีกไปถึงใบหู ประหนึ่งว่า ถึงตาที ตู จะเอาคืนพวกนายแล้ววว !

อาจจะเรียกได้ว่าอะไรที่ แฟนบอลทีมแมนฯยู เคย โพสต์เยาะเย้ย ทีมหงส์แดง คราววันเสาร์ที่จำนน พวกเวสต์แฮม เหล่าสาวก เดอะ ค็อป จัดเต็มยิ่งกว่า เปรียบดังสุภาษิต หัวเราะที่หลัง ดังกว่า

เพราะว่าที่ 1 ในนั้น ก็มี นักเตะของ ลิเวอร์พูล และเป็นอดีตแข้ง คู่อริร่วมเมืองของ พวกแมนฯ ยูไนเต็ด อาจจักเก็บอาการไว้ไม่อยู่ นั่นคือ ซูเปอร์ มาริโอ้ จัดการโพสต์ข้อความสร้างผ่าน ทวิตเตอร์ ส่วนตัว หลังเกมที่ กรุ๊ปปีศาจแดง พ่ายต่อ คณะจิ้งจอก สยาม ด้วยข้อความสั้นๆที่ว่า Man utd  LOL

สิ่งนี้ ผมสามารถทำใจยอมรับการเกรียนได้ ถ้าไม่เกิด เหตุการณ์เหยียดผิว
วิเคราะห์บอลในความคิด เป็นนักเตะที่เป็นอริของกลุ่มรักคุณ โพสต์แซวขนาดนี้ ในฐานะสาวกแฟนบอลของกรุ๊ปมันก็เป็น เรื่องธรรมดา ที่คุณจักต้องปกป้องไม่ใช่หรือแขวะกลับไป เชิงคร่าวๆเห้ย พวกนายก็ปราชัยมานะ

เช่นแต่ว่า สิ่งที่ผมไม่คาดคิดเลยว่าจะมีการแขวะกลับของแฟน บอลของ กลุ่มปีศาจแดง บางจำพวก ไปยัง บาโลเตลลี่ ด้วยข้อความที่ เหยียดผิวแบบชัดเจน นั่นคือด่าว่า Monkey ตรงๆเลยคับว่าคือ ลิง ! ซึ่งในประเทศแถบยุโรป คำนี้ถือว่าผิดมหันต์

ซึ่งผมจะยกตัวอย่างข้อความของแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ทวีตไปหา บาโลเตลลี่ นะครับ

  • บาโลเตลลี่ นายมันก็แค่ลิงตัว นึง
  • ตราบวานหมู่แก ก็แพ้ 1-3 นะ ไอลิง
นี่แค่เบาๆ นะ ฮ่ะ
และอีก 1 ข้อความ ถือว่ารุนแรงมากทีเดียวคือ นายมันเป็นตัวแพร่เชื้ออีโบล่า ไอ้ลิงสกปรก

ซึ่งผมไม่ได้ว่าแฟนบอล กรุ๊ปแมนฯ ยูไนเต็ด ทั้งหมดนะครับ เพราะว่าแฟนฟุตบอลดีๆ มีกระบุงโกยทั่วโลก แต่ พฤติกรรมแฟนบอลเหล่านี้มันรับไม่ได้ครับ มันเหมือนเป็นพวกขี้ปราชัยชวนตี !

ผมถือว่ามันเป็นเรื่องที่เห็นแก่ตัวเหมือนกันนะ ที่คุณโพสต์ด่าคนอื่นได้ แต่เมื่อถึงตาคุณโดนบ้างกลับรับไม่ได้

ถ้าจะสรุปแล้ว บาโลเตลลี่ ผิดอะไรไม่ก็ครับ ผิดที่เค้าโพสต์ ข้อความวิเคราะห์บอล เหรอผิดที่เค้า แซว พวกแมนฯ ยูไนเต็ด ถ้าถ้าคำตอบคือผิด ! แล้วทำไมต้องด่าทอกันด้วยข้อความที่มันเป็นการเหยียดผิด ผมว่ามันไม่ควรที่จักไปตอบโต้ด้วย ถ้อยคำรุนแรงอะไรทั้งสิ้น ที่จักก่อให้เกิดความบาดหมาง

ก็เพราะว่าว่าสุดท้ายแล้ว สิ่งที่แฟนบอลเหล่านั้นทำลงไป อาจจักเป็นเพราะว่าอารมณ์ชั่ววูบ แต่เชื่อไหมผลกรรมนั้นมันจักย้อนตามมาเล่นงาน ดั่งเช่นคราวนี้ตำรวจแห่งเมอร์ซี่ย์ไซด์ เตรียมหา มือดีที่โพสต์ทวิตเตอร์เหยียดผิว บาโลเตลลี่ มาดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

แค่แต่ว่าผมไม่ได้โลกสวย เพื่อมาตำหนิแฟนบอล พวกปีศาจแดง บางจำพวกหรอกนะครับ เพราะว่าสาวก หงส์แดง ที่ตัดผมขาว 3 ด้าน (เกรียน) ก็มีเหมือนกันแหละครับ ผมไม่ไม่ยอมรับแน่นอน

แต่ ก็ทะเยอทะยานให้บลัฟกันพอขำๆ เอาแบบหอมปากหอมคอ อย่าให้มันมีรุนแรงอะไรมากมาย !


ฟัน ธงได้เลย 100% ถ้าสมมตแซวกันแค่พอ หอมปากหปมคอ มัน ก็จะเป็นการบรรเทิงใจไปได้อีกอย่าง พร้อมกับยังทำให้เกมส์กีฬา ฟุตบอล ดูมีสีสันด้วย แต่ก็นั่นแหล่ะนะ ถ้าวันไหนไม่ได้แซวมันก็คงเหมือนกับขาดอะไรไปสักอย่าง ฮ่าๆ

เนื้อหาเพราะว่า http://www.xn--m3cknofk9czeo4g.net/

วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2557

วิเคราะห์ผลบอล : ดวลจุดโทษ ดำรงฐานะสถิติเอี่ยมอ่องของลีกคัพ !

ดวลจุดโทษ เป็นสถิติใหม่ของลีกคัพ ! 

ตราบใดกลุ่มหงส์แดงดวลเป้าดับโบโร่ ผลบอล 14 - 13 + คลิป




ด้วยว่าคณะ หงส์แดง คงจะเรียกได้ว่า หืดจับ ภายหลังที่เล่น 90 นาทีเสมอกับ ฝ่ายเดอะ โบโร่ 1-1 ต่อเวลายิงเพิ่มฝ่ายละลูกเสมอกัน 2-2 ก่อนที่จะดวลจุดโทษทั้งพวกแล้วชนะไปด้วยสกอร์มโหราฬเป็นสถิติ 14-13 ในศึกแคปิตอล วัน คัพ อังกฤษ รอบ 3 ตราบ 23 กันยายน ที่พ้นมา

ข่าวฟุตบอล แคปิตอล วัน คัพ อังกฤษ รอบ 3 แข่งขันคืนวันอังคารที่ 23 กันยายน 2557 เป็นการพบกันระหว่างคณะ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ทีมขวัญใจแฟนๆ จาก ศึกโปรแกรมพรีเมียร์ลีก เปิดสนามแอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ สิงห์แดง มิดเดิ้ลสโบรช์ ทีมในระดับแชมเปี้ยนชิพ

เพราะริเริ่มเกมมาถึงนาทีที่ 10 ฝ่ายลิเวอร์พูล ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1 - 0 จากการสื่อสารผิดพลาดของระหว่างกองหลังกับผู้รักษาประตูเหล่าเยือน ริคกี้ แลมเบิร์ต ได้ยิงจังหวะแรกติดเซฟ ก่อนที่ จอร์แดน รอสซิเตอร์ กองกลางดาวรุ่งวัย 17 ปี จะแปสวนระยะร่วม 25 หลาเข้าประตูไป

นาทีที่ 25 กรุ๊ปหงส์แดง ยังเป็นฝ่ายกำกับเกมได้มากกว่า มีลุ้นหวาดเสียว คราว อดัม ลัลลาน่า ตั้งป้อมซัดไกลจากหน้าเขตโทษ บอลพุ่งหลุดเสาออกไป

นาทีที่ 30 โอกาสลุ้นประตูของ มิดเดิ้ลสโบรช์ จากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย แกรนท์ ลีดบิทเทอร์ เปิดเข้าเขตโทษให้ กิเก้ วอลเลย์ด้วยซ้าย บอลแฉลบแนวรับเจ้าถิ่นข้ามคาน

นาทีที่ 38 เดอะ โบโร่ มีโอกาสได้ประตูตีเสมอ ลี ทอมลิน ซัดไกลจากหน้าเขตโทษ มินโญเลต์ ต้องออกแรงปัดทิ้ง ก่อนที่ อัลเบิร์ต อโดมาห์ จักตวัดบอลหลุนเข้ากลางให้ อดัม คเลย์ตัน ได้โหม่ง แต่ข้ามคาน

กับหมดครึ่งแรก เหล่าลิเวอร์พูล นำ เหล่ามิดเดิ้ลสโบรช์ อยู่ 1 - 0

ริเริ่มเกมส์มาในครึ่งหลัง ก็ยังไม่มีเหล่าใดเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่น ขึ้นต้นมานาที 62 กรุ๊ปเดอะ โบโร่ มาทวงประตูตีเสมอเป็น 1 - 1 แกรนท์ ลีดบิทเทอร์ เปิดฟรีคิกจากมุมเขตโทษฝั่งขวาเข้ากลางให้ อดัม รีช โหม่งเปลี่ยนทางเสียบมุมตาข่าย

นาทีที่ 67 มิดเดิ้ลสโบรช์ เกมบุกเบิกดีขึ้นตามลำดับ มีโอกาสลุ้นจากจังหวะที่ อัลเบิร์ต อโดมาห์ เปิดจากริมเส้นฝั่งขวาเข้าเขตโทษให้ อดัม รีช ได้โหม่งแต่หลุดเสาสอง

นาทีที่ 74 ลิเวอร์พูล แก้เกมด้วยการส่ง มาริโอ บาโลเตลลี่ ลงมาล่าตาข่ายแทน ริคกี้ แลมเบิร์ต

นาทีที่ 77 กลุ่มเดอะ โบโร่ มีโอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง ในจังหวะที่ อดัม คเลย์ตัน แต่งบอลยิงไกลด้วยขวา 25 หลาหน้าเขตโทษ บอลพุ่งเกือบเสียบมุม มินโญเลต์ บินปัดทิ้งไปได้

นาทีที่ 85 มิดเดิ้ลสโบรช์ เกือบได้ประตูชัยในช่วงท้ายเกม กิเก้ หลอกจ่ายบอลตัดหลังแนวรับเจ้าถิ่นให้ อดัม คเลย์ตัน หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงมุมแคบ บอลพุ่งเข้าข้างตาข่ายอย่างน่าเสียดาย

ในช่วงเวลาที่เหระบือนั้น ก็ไม่มีเหล่าใดทำประตูได้เพิ่ม จึงทำให้จบเกม 90 นาที ฝ่ายลิเวอร์พูล กับ ทีมมิดเดิ้ลสโบรช์ เสมอกันไป 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที

โหมโรงเกมส์มาในช่วงต่อเวลาพิเศษ นาทีที่ 98 กรุ๊ปลิเวอร์พูล เปลี่ยนตัวคนสุดท้าย ส่ง ซูโซ่ ลงสนามมาแทน ลาซาร์ มาร์โควิช

นาทีที่ 109 เดอะ ค็อป เฮลั่น จนกระทั่งมาได้ประตูแซงนำ 2-1 โฆเซ่ เอ็นริเก้ หลุดเข้าเขตโทษฝั่งซ้าย ปาดเรียดเข้ากลาง จาเมล แบล็คแมน ปัดบอลมาเข้าทาง ซูโซ่ กดด้วยขวา บอลพุ่งเรียดเสียบตาข่าย

นาทีที่ 120+3 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บของการต่อเวลาพิเศษ โคโล่ ตูเร่ ออกลูกเหวอเข้าพรวดพราดไปตัดฟาวล์ใส่ แพทริค แบมฟอร์ด ในเขตโทษผู้ตัดสินเป่าทันที ก่อนที่ แบมฟอร์ด จักลุกขึ้นมาสังหารเองไม่พลาด โบโร่ ตีเสมอเป็น 2-2

ทำให้จบเกม 120 นาที ทีมลิเวอร์พูล เสมอ กลุ่มมิดเดิ้ลสโบรช์ 2-2 ต้องดวลจุดโทษหาผู้ชนะต่อไป

  1. คนที่ 1 ฝ่ายลิเวอร์พูล มาริโอ บาโลเตลลี่ ผล ยิงเข้า
  2. คนที่ 1 กรุ๊ปมิดเดิ้ลสโบรช์ แพทริค แบมฟอร์ด ผล ไม่เข้า ติดเซฟ


  1. คนที่ 2 กลุ่มลิเวอร์พูล ลูคัส เลวา ผล ยิงเข้า
  2. คนที่ 2 คณะมิดเดิ้ลสโบรช์ อดัม เคลย์ตัน ผล ยิงเข้า


  1. คนที่ 3 ทีมลิเวอร์พูล อดัม ลัลลาน่า  ผล ยิงเข้า
  2. คนที่ 3 กรุ๊ปมิดเดิ้ลสโบรช์ อดัม รีช ผล ยิงเข้า


  1. คนที่ 4 หมู่ลิเวอร์พูล ซูโซ่ ผล ยิงเข้า
  2. คนที่ 4 ฝ่ายมิดเดิ้ลสโบรช์ อัลเบิร์ต อโดมาห์ ผล ยิงเข้า


  1. คนที่ 5 กลุ่มลิเวอร์พูล ราฮีม สเตอร์ลิง ผล ไม่เข้า ติดเซฟ
  2. คนที่ 5 หมู่มิดเดิ้ลสโบรช์ เยลเล่ วอสเซน ผล ยิงเข้า


** (ซัดเดิ้ลเดธ)
  1. คนที่ 6 กรุ๊ปลิเวอร์พูล จอร์แดน วิลเลี่ยมส์ ผล ยิงเข้า
  2. คนที่ 6 ฝ่ายมิดเดิ้ลสโบรช์ จอร์จ เฟรนด์ ผล ยิงเข้า


  1. คนที่ 7 กรุ๊ปลิเวอร์พูล โคโล่ ตูเร่ ผล ยิงเข้า
  2. คนที่ 7 เหล่ามิดเดิ้ลสโบรช์ ดาเนี่ยล อยาล่า ผล ยิงเข้า


  1. คนที่ 8 คณะลิเวอร์พูล มามาดู ซาโก้ ผล ยิงเข้า
  2. คนที่ 8 หมู่มิดเดิ้ลสโบรช์ ไรอัน เฟรเดอริคส์ ผล ยิงเข้า


  1. คนที่ 9 กลุ่มลิเวอร์พูล ฆาเบียร์ มานกีโย่ ผล ยิงเข้า
  2. คนที่ 9 พวกมิดเดิ้ลสโบรช์ เคนเน็ธ โอเมรูโอ ผล ยิงเข้า


  1. คนที่ 10 พวกลิเวอร์พูล โฆเซ่ เอ็นริเก้ ผล ยิงเข้า
  2. คนที่ 10 กลุ่มมิดเดิ้ลสโบรช์ ยานิค วิลด์ชุท ผล ยิงเข้า


  1. คนที่ 11 หมู่ลิเวอร์พูล ซิมง มินโญเลต์ ผล ยิงเข้า
  2. คนที่ 11 หมู่มิดเดิ้ลสโบรช์ จาเมล แบล็คแมน ผล ยิงเข้า


  1. คนที่ 12  เหล่าลิเวอร์พูล มาริโอ บาโลเตลลี่ ผล ยิงเข้า
  2. คนที่ 12  กรุ๊ปมิดเดิ้ลสโบรช์ แพทริค แบมฟอร์ด ผล ยิงเข้า


  1. คนที่ 13 กลุ่มลิเวอร์พูล ลูคัส เลวา ผล ยิงเข้า
  2. คนที่ 13 หมู่มิดเดิ้ลสโบรช์ อดัม เคลย์ตัน ผล ยิงเข้า


  1. คนที่ 12 เหล่าลิเวอร์พูล อดัม ลัลลาน่า ผล ยิงเข้า
  2. คนที่ 12 เหล่ามิดเดิ้ลสโบรช์ อดัม รีช ผล ยิงเข้า


  1. คนที่ 13 กลุ่มลิเวอร์พูล ซูโซ่ ผล ยิงเข้า
  2. คนที่ 13 หมู่มิดเดิ้ลสโบรช์ อัลเบิร์ต อโดมาห์ ผล ไม่เข้า หลุดกรอบ


ทำให้จบเกม หมู่ลิเวอร์พูล เอาชนะในช่วงดวลจุดโทษ ด้วยสกอร์ยืดยาวเป็นสถิติใหม่ของฟุตบอลลีกคัพ ผลบอลพรีเมียร์ลีก 14-13 ตัดผ่านเข้าสู่รอบที่ 4 ศึกแคปิตอล วัน คัพ ได้สำเร็จ

รายนามผู้เล่นทั้ง 2 กรุ๊ป

คณะลิเวอร์พูล : 
  1. ซิมง มินโญเลต์ 
  2. ฆาเบียร์ มานกีโย่
  3. โคโล่ ตูเร่
  4. มามาดู ซาโก้
  5. โฆเซ่ เอ็นริเก้ 
  6. จอร์แดน รอสซิเตอร์ (จอร์แดน วิลเลี่ยมส์ น.79)
  7. ลูคัส เลวา 
  8. ลาซาร์ มาร์โควิช (ซูโซ่ น.98)
  9. อดัม ลัลลาน่า
  10. ราฮีม สเตอร์ลิง 
  11. ริคกี้ แลมเบิร์ต (มาริโอ บาโลเตลลี่ น.74)

สำรองไม่ได้ใช้ : 
  1. แบร็ด โจนส์ 
  2. มาร์ติน สเคอร์เทล
  3. อัลแบร์โต้ โมเรโน่
  4. ฟาบิโอ บอรินี่


กรุ๊ปมิดเดิ้ลสโบรช์ : 
  1. จาเมล แบล็คแมน 
  2. ไรอัน เฟรเดอริคส์
  3. เคนเน็ธ โอเมรูโอ
  4. ดาเนี่ยล อยาล่า
  5. จอร์จ เฟรนด์ 
  6. อัลเบิร์ต อโดมาห์
  7. อดัม เคลย์ตัน
  8. แกรนท์ ลีดบิทเทอร์ (แพทริค แบมฟอร์ด น.112)
  9. อดัม รีช
  10. ลี ทอมลิน (เยลเล่ วอสเซน น.112)
  11. กิเก้ (ยานิค วิลด์ชุท น.76)

สำรองไม่ได้ใช้ : 
  1. ดิมิตริออส คอนสแตนโตปูลอส 
  2. เบน กิ๊บสัน
  3. เจมส์ ฮัสแบนด์
  4. เอมิลิโอ เอ็นซูเอ้


ผู้ตัดสิน : ไมค์ โจนส์

ไฮไลท์ฟุตบอล กรุ๊ปลิเวอร์พูล VS คณะมิดเดิ้ลสโบรช์

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก >>> http://footballclubpza.blogspot.com/

เนื้อหาเพราะว่า Sanook